KJ place dorm list news Dcondo Groovy Condo The avenue spring promo banner บัตรเครดิตธ.กรุงศรี สำหรับนักศึกษา

ถามจริงจบเอแบคโดนดูถูก หางานยากเพราะจบม.เอกชนจริงไหม

  • 97 Replies
  • 57838 Views
*

เห้อ

  • Guest
บ้านเราจบรั้วชมพูหมดเลย จบเตรียมอุดมกันหมดด้วย
พ่อจบหมอ แม่จบอักษร. พี่ชายคนโตจบหมอ พี่ชายคนรองจบรัฐศาสตร์ ตอนนี้เป็นนักการทูตกระทรวงตปท.


แล้วเราโง่สุดในบ้านสอบเตรียมไม่ติด เกรดสองกลางๆบอกพ่อแม่อยากเข้าเอแบค โดนว่าอีก ก็พยายามสิ เอนท์ให้ติด จบมาพ่อแม่จะได้ภูมิใจ ไม่ใช่มาเรียนม.เอกชน คือแม่เราเคยมาสอนพิเศษให้เด็กเอแบคแบบเป็นอาจารย์พิเศษนานแล้ว แม่ก็บอกว่าเด็กไม่เก่งเลย คือถ้าเทียบอิ๊งกับเด็กอักษรนี่ไม่ได้ เทียบกับเด็กเตรียมม.4เด็กเตรียมยังเก่งกว่ามากๆ
แม่เราบอกเด็กไม่ตั้งใจเรียนวัตถุนิยม ตั้งใจก็มีแต่ต้องเลือกคบ

แล้วแม่เราบอกดูลูกพี่ลูกน้องสิจบอาร์ตอิ๊งเอแบคมาแต่toeicแค่700ปลายๆ คือแม่เราบอกมันควรจะ800ปลายๆ-900upถ้าเรียนมาขนาดนี้แล้วแม่บอกญาติคนนนี้เงินเดือนสตาร์ทแค่16,000เรตปกติมาก จบม.รัฐที่ไหนก็ได้
แต่แม่เราบอกเทียบกับแฟนพี่ชายคนโตเราจบอักษร เป็่นล่ามอิ๊ง แปลงานให้บริษัทนึง ยังได้สตาร์ทตั้ง27,000ต่างกันกี่เท่า

แล้วแบบเราบอกแม่แต่มันเข้าง่ายจบยากนะมีแต่คนบอก แม่เราก็บอก จบอ่ะก็ง่าย ไ ม่ยากเลยแต่มีแต่เด็กเอนทไม่ติด. บางคนก็ไม่ตั้งใจเรียน ทำตัวเองให้ไม่จบเอง
บอกตรงๆปวดหัว

*

pts

  • Guest
แล้วแต่จะคิด ถ้ากลัวขนาดนั้นก็ไม่ต้องเข้าหรอกครับไปเข้าที่อื่นเหอะ

*

555+

  • Guest
ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราอะ ทุกมหาลัยมันก้มีทั้งคนเก่งและไม่เก่งอะนะ แต่ถ้าพ่อแม่คิดอย่างงั้นก้อย่ามาเรียนที่นี้เลย

*

Artser

  • Guest
ก็ลองสิคร้าบบ
วิชา ปี1-2 ง่ายจริงอ่ะแหละ
หลังจากนั้นก็จะรู้เอง ^^

*

โอเคนะครับ เคลียร์์เนอะ

  • Guest
เอาจริงๆแบบไม่โลกสวยเลยนะ

ผมว่าแม่เธอพูดถูกแล้วอ่ะ

1. เทียบอิ๊งกับเด็กอักษรนี่ไม่ได้ ---> ถูก

2. เทียบกับเด็กเตรียมม.4เด็กเตรียมยังเก่งกว่ามากๆ ---> ถูก

3. เด็กไม่ตั้งใจเรียน ---> ถูก

4. วัตถุนิยม ---> ถูก

5. ตั้งใจก็มีแต่ต้องเลือกคบ ---> ก็ถูกอีก

อย่าหาว่าเหมารวมแบบ steriotype เลยนะ แต่เด็ก ABAC ส่วนใหญ่เป็นแบบที่แม่เธอบอกจริงๆ

มีส่วนน้อยมากๆ (น้อยแบบนับคนได้) ที่เก่งจริงๆ แบบเนื้อหาวิชาการแน่นปึ้ก

ภาษาอังกฤษก็เป๊ะ ตั้งใจเรียนและไม่วัตถุนิยม

เด็กเก่งๆจะไปอยู่ จุฬาฯอินเตอร์ ธรรมศาสตร์อินเตอร์ และ MUIC กันหมดครับ

AU ก็เลยเหลือแต่แบบ... เก่งน้อยลงมาหน่อย

มีบ้างบางคนที่ตั้งใจอยากจะเข้าที่นี่แต่แรกอยู่แล้ว

(เหตุผลเพราะมาจากเครือ St.Gabriel หรือที่บ้านเป็นศิษย์เก่า AU กัน)

ส่วนที่ว่าเข้าง่ายแต่จบยากน่ะ ผมว่าก็ไม่นะ

วิชาที่สอนก็ไม่ได้ยากมากมายอะไรขนาดนั้น ถ้าเทียบกับที่อื่น ของเค้าเข้มข้นกว่าเราเยอะ

กระบวนการวัดผลก็ยากกว่า มาตรฐานก็ย่อมสูงกว่า

เรียนที่นี่ ขยันๆหน่อย ตั้งใจเรียนในห้องให้มากๆ grade ก็ไปได้สวยแล้วครับ

แต่ที่เราเห็นตอนนี้คือ เด็ก ABAC บ้าเรียนพิเศษมาก (ย้ำว่ามาก)

แต่ใน class กลับไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทำ assignment ที่อาจารย์มอบหมาย

(OK ข้อนี้อาจเป็นเพราะภาษาอังกฤษของพวกเขาไม่ดี เลยต้องการเรียนเป็นภาษาไทย?)

ส่วนถ้าพูดกันถึงเรื่องเงินเดือน

เด็ก ABAC ส่วนมากจบไปแล้วดำเนินธุรกิจของที่บ้านต่อ

หรือไม่ก็ลงทุนทำธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการเอง

คงไม่ไปเป็นพนักงานกินเงินเดือนหรอกครับ

เพราะงั้นเค้าไม่ care หรอกว่าจบมาจบมาเงินเดือนจะ start เท่าไหร่ ไม่ได้อยากทำงานบริษัทซะหน่อย



ปล. เราไม่รู้หรอกนะว่า เตรียมอุดมที่เธอว่าน่ะ เริ่ดขนาดไหน เราไม่รู้จักจริงๆอ่ะ

     ส่วนรั้วชมพูนี่คงหมายถึง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช่ป่ะ?

     งั้นเราสงสัยอ่ะ ถ้าที่บ้านเธอเก่งกันขนาดนั้น ทำไมเธอเป็นแกะดำคนเดียวในบ้าน?




ด้วยความเคารพ

*

โอเคนะครับ เคลียร์์เนอะ

  • Guest
อ้อ เกือบลืม

เรื่องภาษาอังกฤษน่ะ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์เลย (ส่วนมาก)

แย่พอๆกันครับ บางคนนี่ป่วยมาก ไม่ไหวแล้ว

เพราะงั้น ที่เห็นเด็ก ABAC จบไปแล้วเก่งภาษาอังกฤษน่ะ

เค้าเก่งด้วยตัวเค้าเองอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะ ABAC

คุณจขกท. อย่าหวังว่าจะมาฝึก Engฯ ให้เก่งจากที่นี่นะ

เราว่ายาก



ปล.2 ที่เราตอบมาทั้งหมด ไม่ได้มา cheer หรือว่า blaim มหาวิทยาลัยตัวเองนะ

       แค่อยาก share ให้รู้เฉยๆ หวังว่าคงยังไม่ได้กรอกใบสมัครนะ เอ๊ะ หรือว่าเป็นนักศึกษาแล้ว?

*

โอเคนะครับ เคลียร์เนอะ

  • Guest

*

kata

  • Professor Member
  • ****
  • 96
  • 1
 :f449b82c:คือ นี่ๆ ถึงเห้อ
แล้วเราจะทำยังไงให้เรียนเก่งเท่าเด็กจุฬาอย่างพี่ๆนายได้บ้าง

อย่างแบบพี่เราก็เรียนจุฬาฯ MBA  (จบทำงานแล้วได้เกีตริ์นิยมด้วย แต่แค่อันดับสอง เงินเดือน23400ต้นๆ ไม่แน่ใจ)

เรียนหนัก ขยันโคตร ขอบอก กลับว่าพี่เราก็พักนิดหน่อย แล้วอ่านหนังสือแหลกเลย แต่ก้อฟังเพลงClassicไปด้วย ทานเค้ก ชาไปด้วย

ไม่เคยไปเที่ยว ทั้งๆที่อยู่ใกล้siam, Para, etc. จริงๆ เพราะพี่มีตารางเรียน และเรากะเวลาดู

พี่เลิกแล้ว กลับบ้านเลย มาพัก อ่านๆ และปรึกษากับเพื่อนที่ขยัน ตั้งใจเรียนก้พอไม่เก่งมาก เพราะพี่เราเรียนเก่งกว่าพวกเขาในกลุ่ม

เราก็หาหนังสือแบบสี ตันฉบับเลยละมาอ่านบางวิชา เพราะลงเยอะก็อ่านชึทเรียนพิเศษบ้าง
เราก็ว่ายังไม่สมบูรณ์นะ เพราะเราไปอ่านชีทเรียนพิเศษมากไปหรือเปล่า
และเพราะเด็กเราอ่านมันมาก เลยไปแข่งกะจุฬาหรือธรรมฯไม่ได้หรือเปล่านะ - -' :96f0b971:

*

kata

  • Professor Member
  • ****
  • 96
  • 1
เด็กเราต้องเก่ง ช่วยกัน ไม่เที่ยวมาก
รักเรียนนะครับ แล้วช่วยๆไปแข่งวิชาการโค่นล้มหรือเป็นรองจุฬาฯ ธรรมฯให้หน่อยเถิด

ขอบุญและบารมีสถิทกับพวกเรา พวกเราต้องไม่มีค.หวัง แต่มีค.ตั้งใจนะครับ

ค.หวังจะประสบค.สำเร็จหรือเชื่อถือได้น้อยกว่าค.ตั้งใจ

1หวังคนอื่น....หวังตัวเราดีกว่านะ เพราะไว้ใจได้ คาดหวังได้ อยู่กับ"ตัวรู้"
2ตั้งใจ...คือทุกสิ่ง

*

BOOMOO

  • :)
  • Professor Member
  • ****
  • 83
  • 31
  • BBA 541XXXX
ครับ มาตอบให้เคลียร์อีกคนครับ  แก้ความคิดเห็นที่ 6 นิดหน่อย อาจารย์ที่นี่ ถ้าเป็นอาจารย์ไทย "ทุกคน" ที่เจอ แกรมม่าดี แต่ไม่เป้ะ ร้อยเปอเซ็น (เนื่องจากมีมาตรฐาน ไม่ให้ดัดเสียงมาก เพื่อนักเรียนจะได้เข้าใจง่าย) แต่ความตั้งใจสอน มั่นใจว่าเกินร้อย จริงๆ ครับ จะมีแค่ อาจารย์ สอง สาม เปอเซ็น ที่เป็น จุดด้อยมหาลัย บ้าง แต่เชื่อว่า เราจะสังเกตได้เองครับที่นี่

ส่วนเรื่องของเด็กไม่เก่ง  อันนี้พูดไม่เข้าข้างนะครับ มายืนยันอีกคนว่ามีเยอะ เยอะมากๆ ทั้งเด็กเที่ยว เด็กเกรียน มีหมด แต่เท่าที่สังเกตมา ก็ไม่เห็นจะมีใคร ไปเดือดร้อนใครเลย อยู่กันสงบสุขมาโดยตลอด ส่วนมากของเด็กเหล่านี้ ก็ทำกิจกรรมเพื่อ สังคม และ มหาลัย ทั้งนั้น ดังนั้น อย่าพยายามเหมารวมว่า เด็กเรียนไม่เก่ง ก็เป็นกาก ไปทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ยังทำประโยชน์ให้กับสังคม มากกว่าคนที่หมกมุ่นอยู่กับตำรา ด้วยซ้ำ

ขอสรุปสั้นๆ ว่า นักศึกษา ก็เหมือน หยิน หยาง ที่ต่างก็มี จุดเด่น ที่ต่างกัน  ดังนั้น อย่าไปเครียด ว่า เกรดแย่ สอบไม่ติด บางทีคนเราก็เกิดมาเพื่อสิ่งบางสิ่ง ที่นอกเหนือจากตำราเรียนเล่มหนาๆ  แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันก็สร้างอนาคตได้ทั้งนั้น ถามว่า พี่ตูน บอดี้แสลม เลิกจากการเป็นสจ๊วต กินเงินเดือน มาเล่นวงดนตรี ไปเป็น brand ambassador รายได้เป็น ล้านๆ  จริงไหม?

นักศึกษาที่นี่ ถ้าเก่ง ก็เก่งจริง แต่ถ้า อ่อน ก็อ่อนแบบ เกินบรรยาย  พวกเก่งๆ ส่วนใหญ่ก็เป็น นักศึกษาทุนก็มี เด็กเข้าปกติก็มี ซึ่งส่วนใหญ่ ก็ไปได้ รั้วชมพู ประตูแม่โดม กันทั้งนั้น  ดังนั้น เอแบค แม้ว่าจะเป็น มหาลัยเอกชน เข้าง่าย แต่มันก็มีเหตุผลในตัวมันเอง ที่ต้องตกอยู่ในสภาพ ที่สังคมมองในแง่ลบ แบบนี้  ทางมหาลัย จำเป็นต้องเป็น มหาลัยเปิด ชนิด international school ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า มันต้องเอารายได้ จากการเข้าสมัครเยอะๆ มาใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายสำคัญหลายๆ อย่าง หากคุณไม่พยายาม ค่าของเงิน จะสอนให้คุณรู้ เอง จากค่าเทอมที่จ่ายซ้ำ จ่ายซ้อน ที่นี่   ดังนั้น มหาลัยเอแบค สอนหลายๆอย่าง สอนให้คนกลับตัวกลับใจเป็นเจ้าคนนายคนได้มานับต่อนับ แล้ว

แม้พ่อแม่คุณ ญาติคุณมองเอแบค จบมาเงินเดือนน้อย แต่ญาติเรา จบเอแบค bba เก็บประสบการณ์ 4 5 ปี ตอนนี้ ทำงานเป็น ผู้จัดการอาวุโส ที่ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย เงินเดือน 100K+ ทั้งๆที่อายุยังไม่ถึง 30 เลย  เราก็เลย ทิ้ง รั้วชมพู ประตูแม่โดม มาเข้า พร้อมๆกับสอบทุน เข้ามาเรียน เพราะเราชอบเส้นทางการเดินของเขา.

มหาลัยที่นี่ สอน หลายๆอย่างนะ ทั้งการที่ รับผิดชอบตัวเองอยู่เสมอ จัดตารางเอง ทำไรเอง แล้ว ระบบ นั่งเรียนในห้อง จะสับเปลี่ยนหน้าคนอยู่ตลอด  คุณจะได้ คุยกับ คนขีน เกาหลี คิวบา แน่ถ้ามีโอกาส ภาษาแม้จะไม่ขึ้นอยู่จุด peak แต่ความกล้าที่จะคุยกับ ฝรั่ง คุณได้มากกว่า ม รัฐ แน่นอน  

สนไหมกับ Grammar ที่มันเป้ะ?  คนฝรั่ง สมัยนี้เขาต้องการคนที่กล้าคุย กล้าพูด คุณลองไปฟัง หรือ สังเกต คนไทย หรือแม้กระทั่งสาวอีสาน เมียฝรั่งดู  grammar ไม่เป้ะ แต่ก็คุยได้ แถมถูกใจ  ดังนั้น สมัยนี้  จำเป็นหรอที่ ต้องสอบ อะไรให้ได้คะแนนเยอะๆ? ผมว่ามันไม่จำเป็น ไปซะทุกกรณี นะ   ดังนั้น กล้าพูดกล้าคุยกับฝรั่ง  grammar ไม่ต้องเป้ะ เพราะบางที ฝรั่งแท้ยังไม่เป้ะเลย แต่ขอให้กล้า และ ชินกับการเป็นอยู่กับ สังคมต่างชาติ แบบนี้ผมว่ามันก็ได้ประโยชน์พอๆกัน :)
« Last Edit: August 25, 2012 by BOOMOO »

*

BAU

  • Guest
ถ้าค่าของคนและการศึกษาอยู่ที่เงินเดือน ถูกครับ ม.รัฐดังๆเ้ค้าได้เงินเดือนและหน้าที่การงานดีกว่า เพราะสังคมไทยคือสังคมแห่งญาติ สถาบัน(ที่ดรามากันไม่เว้นวัน) ขอให้มันมีอะไรเกี่ยวดองกับตัวกรูซักอย่าง กรูจะพิจารณาเป็นพิเศษ อนุบาลเดียวกัน จังหวัดเดียวกัน นับถือพระองค์เดียวกันและอื่นๆอีกมากมาย

แต่ถ้าคุณลองมองให้กว้างไปอีก คุณเห็นไหมว่า คนจากม.ดังๆที่เค้ารับกันโดยเฉพาะอย่างรัฐวิสาหกิจ เงินเดือนเยอะเนอะ ที่ทำงานก็พูดแล้วใครได้ยินก็ต้องชมว่าเก่ง

คุณเห็นซักองค์กรที่ก้าวหน้ามั้ย? มีแต่ถอยหลังลงคลอง บางอันขาดทุนทุกปีเพราะเงินเดือนพวกท่านๆทั้งหลายได้มานั่งกินนอนกินยันเกษียร งานการไม่ค่อยจะทำ

เราก็มองไปเถอะ แล้วก็ปลงให้กับค่านิยมเหล่านี้ เดี๋ยวอีกหน่อยประเทศล่มจมเมื่อไหร่ก็คิดกันได้เอง ว่าค่าของคนวัดจากอะไร

*

with teeth

  • Guest
- เอาจริงๆว่า ถ้าคุณมีศักยภาพสูงพอที่จะเรียนมหาลัยรัฐดีๆก็ควรจะไปทางนั้นมากกว่า เพราะมาตรฐานเขาสูงกว่า
- เรื่องภาษานั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่เรียนนะผมว่า อยากให้ภาษาดีก็ต้องใช้บ่อยๆ ถึงจะเก่ง นอกจากเรียนในห้องแล้วก็ต้องใช้นอกห้องเรียนด้วย ยิ่งใช้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเก่งมากเท่านั้น เอแบคจะมีโอกาสให้เราใช้มากกว่าเพราะมีคนต่างชาติมากกว่าและสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
- เรื่องวัตถุนิยมนี่ที่ไหนก็มีครับ ไม่ใช่มีเฉพาะเอแบค เอแบคถูกโจมตีเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะคนข้างนอกมองว่าเด็กเอแบคไฮโซ พอเข้ามาจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นนะครับ เรื่องเพื่อนอยู่ที่ไหนก็ต้องเลือกคบทั้งนั้นแหละครับ
- ที่แม่คุณว่าเด็กเอแบคไม่เก่ง ก็จริง โดยเฉพาะถ้าคุณเปรียนเทียบกับมหาลัยรัฐชั้นนำ ความกระตือรือร้นในการเรียนมันผิดกันครับ เด็กม.เอกชนจะออกแนวชิลกว่าเยอะ แต่ก็ต้องปรับตัวเมื่อเกรดตกหรืออะไรแบบนั้นมา แต่การที่เอาไปเปรียบเทียบกับเด็กเตรียมม.4มันก็เกินไป คุณเอาอะไรไปเปรียบเทียบครับ คุณเอาเด็กที่อ่อนที่สุดในคลาสไปเปรียบกับเด็กท็อปเตรียมรึเปล่า ตรงนี้คิดว่าไม่แฟร์
- เรื่องเงินเดือน ถ้าเอาเงินเดือนเป็นตัวตั้งก็เป็นอย่างที่คุณแม่คุณว่าแหละครับ ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกที่ที่ผมชอบและสิ่งที่ผมชอบและอยากเรียนมากกว่าเรื่องเงินเดือน ถ้าเราชอบในสิ่งที่เราทำเราก็จะทำได้ดี แล้วเงินมันก็จะมาเองแหละครับ ถึงแม้เงินสตาร์ทเราจะน้อยกว่าชาวบ้านเขา แต่เราจะไปได้ดีกว่าในระยะยาว
- เรื่องจบง่ายจบยากมันแล้วแต่คนครับ ไม่ใช่ประเด็น

*

aot

  • Guest
- จบไม่ยากเลย มีแต่เด็กเอนท์ไม่ติด จบยากเพราะไม่ตั้งใจเรียน ทำตัวเองให้ไม่จบเอง
แม่ จขกท ลืมไปรึป่าวครับว่า เด้กที่เคยแอดติดเข้า ม.รัฐ ก็ซิ่วไปเอกชนไม่ใช่น้อยๆนะคับ   :70bff581:


แล้วก็ที่บอกเรียนไม่จบหรือจบยากเพราะไม่ตั้งใจเรียน
- อันนี้เรื่องปกติครับ เป็นทุกมหาลัย คุณสอบไม่ผ่านเค้าจะปล่อยให้คุณจบง่ายๆ เหรอ  :f449b82c:
หรือพยายามจะเหน็บว่าแม้ นศ.เอแบค สอบไม่ผ่าน ก็ปล่อยให้จบได้  

*

wonderkidz

  • SuperStar Member
  • ******
  • 412
  • 62
เอางี้ ตอบในมุมเราละกันเพราะเราเป็นเหมือน จขกท. เลยยึด ego(สำหรับเรา) ที่ว่า ม. เอกชนใครๆก็เข้าได้ จบ ม. รัฐยังไงก็เก่งกว่า เราคิดเเบบนี้จริงๆนะ ก่อนเข้าเราสอบติด MUIC, SIIT เรายืนยันกับพ่อเเม่ติดเเล้วจะเลือกสองที่ข้างต้น(ตอนนั้นจะเลือก MUIC) เเต่พ่อยังไงก็อยากให้เรียน intensive ของ abac ทั้งๆที่เราไม่อยากเรียนเรพาะเสียเวลา(จริงๆพ่อเราจบ ACCเเล้วอยากให้เรียนเพราะมันได้ภาษาอังกฤษ) ประเด็นคือตอนเรียน intensive สักพักเริ่มรู้ว่าเรียนไม่ง่ายนะเนี่ย มีการบ้าน อ่าน บลาๆ ทุกวัน ตอนเเรกคิดว่า eng ตัวเองเก่งเเล้วเรียนเอเเบคนี่กลายเป็นธรรมดาไปเลย เราเห็นอะไรเยอะ เจอคนหลายเประเภท มหาลัยเป็นที่ที่เราเจอคนกว้าง ตั้งเเต่ นิสัยดี ยัน เห็นเเก่ตัว เราเจอมาหมดเเต่ก็พยายามปรับๆกันไป จริงๆเราก็มีข้อเสียตรงที่พูดมากเเละอารมณ์ค่อนข้างเสียง่ายไปหน่อยเเต่ตอนนี้ดีขึ้นเเล้ว เข้าประเด็นหลักๆเลยนะ เราเป็นคนนึงที่เชื่อเรื่อง "ประสบการณ์" กับ "ความสามารถ" มากกว่า "เกรด" เเละ "ชื่อเสียงขิงมหาวิทยาลัย" เอาจริงๆก็เเค่เปลือกนอกทำให้ CV(resume) เราดูดีเฉยๆเวลาสมัครงานเเต่ถามผม "จุฬา" ชนะ "เอเเบค" หรอ?? เอาไปใช้กับทุกคนไม่ได้ครับ เอาจริงๆคือวัดตอนทำงานมากกว่าเราสามารถทำงานได้ขนาดไหน ทำงานเป็นไหม สู้งานรึเปล่า เเต่อย่างนึงอยากให้คนที่ไม่ได้เรียนเอเเบครู้ไว้ฮะ “เข้าง่าย จบยาก” ^^ จบได้ผมถือว่าโอเคเลย

*

Rubio

  • Guest
เรื่องระบบหรืออะไรไม่รู้นะไม่ขอพูด แต่มันใจว่านศเราที่จบออกไป(ได้) เรื่องงานไม่เคยเกี่ยงนะงานมาแบบไหนยากแค่ไหน จะให้ทำเป็นกลุ่มหรือเดี่ยวเราก็ไม่เคยบ่นเพราะชิน อาจารย์ก็เคี่ยวก็บิดจนกระดูกแทบจะแหลกคามือกว่าจะจบมาได้ อ้อ เคยเอาเอาหนังสือบิสสิเนสของเราไปเปรียบเทียบกะเพื่อนคนนึงในจุฬาขอบอกไรหน่อยอาจารย์ของเรานั้นตั้งมาตรฐานไว้สูงมาก จนเพื่อนเราบอกไม่คิดว่าเด็กเอกชนจะต้องทำอะไรขนาดนี้ ญาติเราก็เป็นเจ้านายของเด็กสีชมพู สรุปค่ะ ถ้าคุณกลัวก็เอนท์ให้ติด อย่าเข้ามามีความคิดแย่ๆ แล้วทำให้ตัวเองไม่มีความสุขเลย เราจบปีนี้ก็เค้าไปเป็นเจ้านายของเด็กจุฬาอีกที คิดให้ดีค่ะอยากเรียนก็เรียนเรียนให้มีความสุข ไม่อยากเรียนอย่าฝืน รออีกปีแล้วสอบให้ติด

*

radkanran

  • Guest
http://www.thairath.co.th/column/oversea/worldsky/283923

อ่านซะจะได้ตาสว่าง

*

นิกเนม

  • Guest
"อยู่ที่คนครับ บอกได้คำเดียว "

เรียนจุฬาได้ เข้าไปเละก็มีครับ อยู่ที่คนจริงๆ

มันได้อย่างเสียอย่างครับ ผมอยู่ ABAC ได้รู้จักเพื่อนๆหลายคนที่เป็นผู้ประกอบการ

 "คอนเน็คชั่น" ที่ดีๆมากมาย  และมีค่าในอนาคตของผมในการทำธุรกิจเหลือหลาย

ผมพยายามมองสิ่งที่เป็นแง่ดีที่อยู่รอบข้างเรา และมองตัวเราเอง

จุฬาเหมืิอนสกรีนเด็กเรียนเข้าไปน่ะครับ อยู่ก็จะเจอแวดล้อมที่กดดัน ก็มีแต่ผลักกันเรียนๆ ค้นคว้ามากขึ้น

เอแบคมีครบทุกรสครับ เด็กเรียนระดับดีเทพๆก็เยอะแยะครับ ไม่ดีก็มี ปะปนกันไป

สังคมปัจจุบันเป็นงี้ครับ  ถ้าเข้าไปแล้วหลงกับวัตถุนิยมก็แย่ครับ เราต้องรู้ตัวเองครับ

ปรับได้ตั้งแต่วัยเรียนก็ดีครับ เพราะสังคมจริงๆมันก็ปนกันเละยิ่งกว่านี้..

ผมเป็นผู้ใหญ่และเรียนรู้เยอะมากจากมหาลัยนี้ครับ



*

อิคคิว

  • Jr. Member
  • **
  • 14
  • 0
เรามองว่า มันอยู่ที่คนอะค่ะ แต่ความจริงหนึ่งอย่างที่เจอในเอแบคคือ วัตถุ นิยม จริงค่ะ คือ เรามองว่าแต่ละมหาลัยอาจจะมีภาพลักษณ์ไม่เหมือนกัน แต่โดยความที่เป็นเอแบค คนภายนอกอาจจะมองว่า ต้องมีแต่คนมีตังแน่ๆ ต้องมีแต่พวกไฮโซ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในสังคมแบบนี้ จะมีแต่คนโง่นี่ค่ะ คือ เด็กเอแบคส่วนไหญ่ เข้ามาเนี้ย น้อยคนที่มาจาก โรงเรียนอินเตอร์ คนไทยส่วนไหญ่ก็มาจากโรงเรียน ธรรมดา แหละค่ะ แต่ก็คงมาเริมกันไหม่ หลายคนเลยคาดหวังว่า อยู่เอแบคจะต้อง เก่งภาษา  ณ ขณะปี 1 หรือปี 2 คงหาคนเป๊ะยาก ถ้าคุณไม่ไช้ ลูกครึ่ง หรือมาจาก โรงเรียนอินเตอร์ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆ สังคม และเพื่อน มันจะล่อหลอมไห้เราพูดได้เองค่ะ ทุกอย่างมันมีทางออก บางคนก็ไปซัมเมอร์ต่างประเทศ ไปเวิค ไปนุ้นไปนี้ เพื่อจะ improve their skills อะค่ะ   และเรามีความเชื่อว่า เด็กเอแบคทุกคน จะมีความ ทะเยอทยาน มีมุมมองกว้าง เพราะสังคมเรา มีหลายเชื้อชาติ....  จบไป ได้งานดีแน่นอน เรามีความเชื่อแบบนั้นจริง ๆ งานส่วนไหย่ก็พวก สายการบิน ทำงานเมืองนอง ทำงานบริสัทไหญ่ หรือทำงานบริสัทตัวเอง บางคนจบไปก็สร้างธุรกิจขึ้นมาเองค่ะ

*

อิคคิว

  • Jr. Member
  • **
  • 14
  • 0
ปล. เรามองว่า เกรดนิยม เอแบค หรือเกรด 4.00 เอแบค ดูดีกว่า มฬรัฐ หลายม. เลยคะ ลองไห้เด็กพวกนั้นมาเรียน เอแบคสิ แล้วจะรู้!!!!!!!!!!!!!!! เด็กที่นี่จะถือสโลแกน สวย รวย เก่ง ...... ค่ะ ^^

*

kata

  • Professor Member
  • ****
  • 96
  • 1
แล้ว พวกเราจะพัฒนาการเรียนยังไงกันดีครับ
เรื่องค.ภูมิใจอย่างนู่น อย่างนี้ ก็เก็บไว้บ้างเถอะ ฟังมาเยอะแล้ว ทำจริงๆกันดีกว่า
มาพูดเรื่องเตรียมตัวอย่างไร อ่านแบบไหนกันบ้าง
แชร์อย่างที่ผมเล่าบ้างสิ
เดี๋ยวค.เก่งของเด็กเราก็ตกอันดับ ไปอีก

*

pppp

  • Guest
สถาบันหรือตัวเอง คิดดีๆ จบ ที่ดังๆก็ตกงานได้ถ้าไม่ตั้งใจเรียน ไม่พยายามจะเอา จบที่แย่ๆ มาจากสังคมแย่ๆอาจจะได้งานดีก็ได้ เหนรามป่ะ มหาลัยเปิด ใครเข้าก็ได้ แต่จบมา ก็เหนนั่งเปนอัยการ ผู้พิพากษา ทั้งนั้น -_-''

*

Reee

  • Guest
พี่เราจบจุฬา ไปสอบเป็นแอร์ที่สิงคโปรสองรอบแล้วยังไม่ติดเลย

แล้วสำเนียงพี่เราก็แบบขอโทษนะเราออกเสียงได้ถูกกว่าอีกอ่ะ

แล้วเรื่องวัตถุนิยมขึ้นอยู่กับตัวเราอ่ะ เราไม่เคยใช้เงินเปลืองอยู่แบบสมถะ

พี่เราใช้ของชิ้นนึงพันกว่าเราใช้ของร้อยกว่า คิดดูดีๆแล้วกัน

พี่เราหางานยังไม่ได้ขอพ่อซื้อคอนโด เรานี่คิดแล้วคิดอีกกว่าจะขอของแต่ละอย่าง

ขนาดมือถือเราไม่ค่อยดีเรายังไม่กล้าเปลี่ยนเลย ทั้งๆที่ราคาค่างวดเดี๋ญวนี้ไม่ได้แพงอะไร

ที่แม่เธอพูดก็ถูกนะ แบบว่าคนที่ไปเรียนกับแม่เธอคงไม่ได้เรื่องอ่ะ

ถ้าเค้าได้รื่องจริงๆเค้าคงไม่ต้องเรียนพิเศษหรอก ก็เก่งอยู่แล้วจะเรียนทำไม

*

kata

  • Professor Member
  • ****
  • 96
  • 1
ถึง pppp ครับ
"เหนรามป่ะ มหาลัยเปิด ใครเข้าก็ได้ แต่จบมา ก็เหนนั่งเปนอัยการ ผู้พิพากษา ทั้งนั้น -_-''"
ปู่โถ่! คุณเอ๊ยย นั่นมันสมัยก่อนแล้ว สมัยนี้เอาเก่ง ดี ขยัน ตั้งใจ มุ่งมั่น มาเป็นหลักประกันก่อนก็ได้นะ
นักกฎหมายกลุ่มนี้อาจทำงานหนัก ทำผลงานเลยไต่เต้ามาได้ มีน้อยที่จะมีคนรุ่นใหม่ๆมาทำแบบนั้น
เพราะเด็กสมัยนี้   หนัก!ไม่เอา  เบา!ไม่สู้........
เชื่อตามเพื่อน ตามตูดเพื่อน อยู่กับเพื่อนแล้วยืดอก...กร่าง  อยู่คนเดียวก้มหน้า...อนาจ
หลงวัตถุนิยมเป็นของแถมด้วย ค.คิดเป็นของตัวเอง..ขาดไปหน่อยนะ 

ถึง Reee
"แล้วสำเนียงพี่เราก็แบบขอโทษนะเราออกเสียงได้ถูกกว่าอีกอ่ะ"
จริงครับ พี่เราก็เรียนMBAแต่สำเหนียงพูดแล้ว ชาวตะวันตกฟังไม่ออก แค่นิดหน่อยเอง ตอนนี้ไปทำงานพวกหลักทรัพย์ที่ KGI แล้ว

ถามมาตั้งนาน รุ่นน้องๆ เด็กแต่ละคนก็เล่าโน่น นี่ ท่าพวกเราจะยังไม่เตรียมตัวสอบกลางเดือนหน้า ตอนนี้กันเลยหรอเนี่ยย
สู้ๆกันหน่อย นะ ขอร้องละ เรื่องนู่นนี่ เรื่องคนอื่นอะ พักก่อนนะ ทำตัวเราให้มีผลงานทั้งในม. และนอกม.หน่อยนะ:)

*

ค่านิยมคนแก่

  • Guest
ระบบที่เอแบคมันอ่อนไป ตัดเกรดก็ไม่พอดี ตัด D ต่ำเกินไป A ก็สูงเกินไป
อย่างตัดตามมีน ม.เรา มีนเท่ากับ C ส่วนจุฬามีนเท่ากับ B แล้วจะไปเทียบกันได้ไง

รุ่นพี่รุ่นน้องที่นี่ก็ไม่มี บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรุ่นอะไร มันก็เลยไม่มีคนแนะแนว
การเรียนก็ต่างกัน จุฬาเขาเรียนกันเป็นก๊กยกกันไปทั้งชั้นทั้งรุ่น เพื่อนเก่งก็ต้องดีดตัวเองให้เก่งตามเพื่อน
ของเรามันต่างคนต่างอยู่ เพื่อนเก่งเพื่อนก็ผ่าน ได้ไปต่อวิชาอื่นก็มีเพื่อนใหม่ต่อ ส่วนตัวเองไม่ผ่านก็ต๊อกต๋อยต่อไป ไม่แคร์ เพราะหาเพื่อนใหม่ได้
เพราะงั้นคอนเนคชั่นก็เพิ่มสะบึมตรึม มีโอกาสรู้จักกับคนมากมายหลายฐานะ

ส่วนเรื่องวัตถุนิยม มันแล้วแต่คนจริงๆ ที่นี่ลูกหลานไฮโซเยอะ ใครจะใช้อะไรก็ปล่อยเค้าไปเถอะ เค้าไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อน

ส่วนสังคม เราอยู่ในกลุ่มเด็กทุนมากกว่า หลายๆคนเก่งมาก ไม่ใช่แค่ในตำราด้วย เรามั่นใจว่า ถ้าเอาเพื่อนเราไปสอบแข่งกับเด็กจุฬา ก็ยังคะแนนเหนือกว่าได้สบายๆ
แต่เราก็มีเพื่อนที่ไม่ทุน ถึงแม้เขาจะเรียนไม่เก่ง แต่การใช้ชีวิตของเค้าเหนือกว่าเรามาก น้ำใจก็เยอะแยะมากมาย จริงใจ เทคแคร์ดีมาก
เรามาจากโรงเรียนรัฐ การแข่งขันสูง สังคมก็อีกแบบ พอมาเจอเพื่อนเหล่านี้แล้วประทับใจ ไม่เคยเจอสังคมแบบนี้มาก่อน

ส่วนเรื่องภาษา ขอยืนยันว่าที่นี่มีส่วนช่วยให้ภาษาอังกฤษดีขึ้น อย่างที่บอก เรามาจากโรงเรียนรัฐ กลัวฝรั่งมาก มาที่นี่ก็กล้ามากขึ้น พูดได้มากขึ้น และแกรมม่าเจริญกว่าเก่าด้วย

สรุปแล้วคนไทยยุคเก๋าเก่า เค้าก็หัวโบราณ เชียร์แต่ค่านิยมเดิมๆเป็นธรรมดา อย่าไปถือสา
สมัยนี้ สังคมมันเสื่อม ทุกอย่างเสื่อมไปตามกาลเวลา อย่าคิดว่าอยู่รั้วชมพูแล้วจะโลกสวย เพื่อนเราอยู่จุฬา เล่าชีวิตที่นั่นให้ฟัง น้ำเน่ายิ่งกว่าละคร แก่งแย่งชิงดี ใส่ร้ายป้ายสีมากมายจนเรารู้สึกดีที่ไม่เคยเจอแบบนี้ และมั่นใจว่าเพื่อนเอแบคที่เราคบที่นี่ ไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่ๆ

*

เฮ้อออ คนไทย

  • Guest
ถ้าสังคมไทยวัดความเก่งของคนที่มหาวิทยาลัย ต่อไปก็ไม่ต้องดูเกรด ไม่ต้องสัมภาษณ์ ไม่ต้องดูประสบกาณ์ บุคลิก นิสัย กันแล้วค่ะ  บอกแค่ว่า "ฉันจบจากรั้วชมพู" พอค่ะ  
ไม่ได้เข้าข้างเอแบคนะ แต่ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว เขาเลือกคนที่มหาวิทยาลัยกันหรอ?  นี่คือเหตุผลหนึ่ง ที่ยากที่ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว

*

bowlchan

  • SuperStar Member
  • ******
  • 355
  • 20
ไม่ได้จะเข้าข้างสถาบัญของตัวเองหรอกนะ แต่เราคิดว่า ทุกมหาลัยย้่อมมีคนทุกประเภทเหมือนกันหมดค่ะ
ขึ้นอยู่ที่ตัวคุณเองค่ะ ว่าอยากให้ตัวเองเป็นคนประเภทไหน
เรื่องเข้าง่ายออกง่าย เราขอเถียงค่ะว่าไม่จริง ถ้าคุณไม่ใช่คนเรียนเก่ง หรือไม่ตั้งใจเรียน เรียนที่ไหนก็จบไม่ได้เหมือนกันค่ะ
เรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน ไม่ขอคอมเม้นต์นะว่ามันดีหรือไม่ดี
ที่แน่ๆคือ สำหรับเรา สิ่งแรกที่เราได้รับจากเอแบคคือภาษาค่ะ
จากที่เมื่อก่อนเราพูดไม่ได้เลย ฟังไม่ออก หรือแม้แต่เรื่องแกรมม่าง่ายๆ ศัพท์ง่ายๆ เรายังไม่รู้เลยค่ะ ต้องเปิดดิกตลอดเวลา
แต่ตอนนี้เราสามารถอ่านออก แปลออก พูดได้เขียนได้ค่ะ นี่คือสิ่งที่เราได้จากที่นี่
ไม่ได้อยากอะไรมาก แค่อยากบอกว่า คุณเป็นคนเรียนไม่ใช่พ่อแม่ ลองถามตัวเองดูว่าอยากเรียนอะไรที่ไหนกันแน่
อย่าเลือกเรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียนนะคะ

*

Ppppppppppppppppp

  • Guest
เอาเป็นว่าคุณอยากเรียนที่ไหนคุณก็เข้าที่นั่นเถอะค่ะ
ถ้าพ่อแม่คุณหวังจะให้คุณเข้ารั้วชมพูรั้วอะไรก็แล้วแต่คุณก็พยายามเข้าให้มันได้ตามที่พ่อแม่คุณหวังไว้
มาถามเด็กเอแบคก็ต้องคำตอบที่มันเข้าข้างมหาลัยตัวเองอยู่แล้ว นอกจากพวกนอกรีตเท่านั้นที่ไม่เห็นคุณค่าของมหาลัยตัวเอง
พี่เราไม่ได้จบจากมหาลัยรั้วชมพูหรืออะไร แต่ได้เงินเดือนไม่ต่ำกว่าสองแสน ของแบบนี้มันอยู่ที่คนอ่ะคุณ คุณอยู่ที่ไหนคุณจะดีคุณก็ดี ไม่ใช่ว่าจบจากรั้วชมพูแล้วจะดีมากมาย ของทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความคิดกับใจเราเท่านั้นเอง
น่าสงสารเจ้าของกระทู้นะ ที่มีพ่อแม่แบบนี้มีพี่ที่เป็นแบบนี้ ถึงความรู้บ้านคุณจะมีมากกว่าเดกเอแบค แต่มันทำให้ส่อถึงอีคิวที่ต่ำมากกกกกกกกกกกกกกกแบบเกินจะเยียวยาของบ้านคุณ บอกพ่อแม่ซะนะว่าให้เป็นบัวที่พ้นน้ำซะที อย่ามัวจมอยู่ในโคลนตรม หรือเป็นกบอยู่ในกะลา พอพูดถึงตรงนี้ก็น่าเศร้าแทนคนอื่นเค้านะ แม่เปนครูสอนพิเศษแต่ดูถูกเด็กที่เป็นลูกศิษย์ ไม่ได้มีคุณสมบัติในการเป็นผุ้ใหญ่ที่ดีเลยจริงๆ

*

FiveThree1

  • Professor Member
  • ****
  • 55
  • 13
พ่อแม่เธอจะมองว่าที่นี่เป็นยังไงมันไม่เกี่ยวหรอก มันอยู่ที่ตัวเธอเอง ถ้าอยากเรียนที่นี่จริง ก็เรียนแล้วทำให้เขาเห็นสิว่าเรียนที่นี่มันก็ไม่ได้แย่กว่าเรียน ม.รัฐที่พ่อแม่คุณอยากให้คุณเรียน
เราเองที่เอนท์ติดมหาลัยรัฐชื่อดัง และยังสอบตรงติดของมหาลัยรัฐชื่อดังอีกที่ด้วย และเราก็ได้เรียนมหาลัยรัฐนั้นมาแล้ว 1ปีเต็ม แล้วก็ย้ายมาเรียนที่นี่ ตอนแรกเลยภาษาอังกฤษเราก็ไม่ได้แย่ แต่คือตอนนี้มันก็ดีขึ้นมามากกว่าเดิมนะ เราเจอและผ่านอะไรต่างๆมาค่อนข้างเยอะ เราพอจะรู้ว่าเพื่อนของมหาลัยรัฐที่เราเคยไปเรียนมา กับเพื่อนที่นี่มันมีแตกต่างกันยังไง เรารู้ว่ารั้วชมพูที่เธอพูดถึงนั้น เด็กบางคนเป็นยังไง มันไม่ใช่ทุกคนที่เรียนมหาลัยรัฐชื่อดังแล้วจบออกมาจะได้ดี และไม่ใช่ทุกคนที่บอกว่าเรียนที่นี่แล้วจบออกมามันจะแย่ มองโลกให้กว้าง อย่ากังวลกับคำพูดของคนรอบข้างมากซะจนเกินไป เชื่อมั่นในตัวเอง เดินตามทางของตัวเอง และทำให้คนอื่นๆเห็นว่าเราเองก็ทำได้

*

chablis13

  • Sr. Member
  • ***
  • 23
  • 12
เอาจริงๆมันอยู่ที่คนมากกว่า สถาบันมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
เด็กเอแบคเองก็มีหลายเกรด อย่าไปเหมารวมว่าถ้าจบมาแล้วก็ไม่มีงานทำหรอก
มันอยู่ที่ว่าเด็กที่คุณหมายถึงคือคนที่เค้าตั้งใจเรียนจริงๆ คนที่มีอนาคต
หรือคนที่เรียนๆไปวันๆ จบได้ก็เพราะโชคช่วย ซึ่งแน่นอนว่าคน2ประเภทนี้
มีอยู่ทุกสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นม.รัฐดังๆก็เถอะ
อย่างพี่สาวเรา เรียนเอแบค3ปี ได้เกรด3.9กว่าๆ ไปสมัครงานยูนิลิเว่อร์
ตอนนั้นมีแผนกเปิดใหม่พอดี เงินเดือนเริ่ม 170000+ คนสมัครเป็นพัน
มีทั้งป.โท จุฬา-ธรรมศาสตร์  แต่ตำแหน่งรับแค่2 คน
พี่เราได้เป็น1ในนั้น กับอีกคนมาจาก BBA ธรรมศาสตร์
แต่พี่เราก็พูดให้ฟังว่าจบเอแบคก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้งานดีซะทุกคน
ไอพวกตกงานก็มีเยอะ พี่อีกคนที่รู้จักกับเราก็บอกว่าเนี่ยเด็กเอแบคในบริษัทพี่
มีแต่ทำตำแหน่งเล็กๆทั้งนั้นแหละ ไม่เห็นมีตำแหน่งใหญ่ๆเลย
เราก็แอบเคืองพี่เค้าเบาๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีคนประเภทไม่เรียนในเอแบคก็เยอะ = ="

*

ฺboss

  • Guest
ทุกที่มีทั้งคนเก่งและไม่เก่งครับ ที่บอกว่าเด็กเครียมอุดมศึกษา พญาไท เก่งกว่าเด็กเอแบค ผมขอยืนยันว่าไม่จริงครับ ผมไม่มั่วนะครับ เพราะผมจบมาจากเตรียมอุดม ผมตอ 71 ผมเจอเพื่อนมาเยอะ เจออาจารย์มาก็เยอะ
ส่วนเด็กอินเตอร์ของที่ จขกท บอกว่าเก่งกว่าเด็กเอแบค อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ แต่ที่นี่มีคนเก่งอังกฤษที่เป็นคนไทยแท้ ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่แขก ไม่ใช่ต่างชาติ
บริษัทพ่อเพื่อนผมเป็นบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับวิศวกร ผมได้ข่าวมาว่า " เค้าจะรับเฉพาะเด็กจุฬากับเด็กเอแบคเท่านั้นครับ " ดูจากจุดนี้เอแบคไม่ได้ด้อยกว่ามหาวิทยาลับชั้นนำในเมืองไทยตรงไหนเลยครับ
ปล จขกท อย่าเอาความคิดของตนกับคนในครอบครัวมาตัดสินโดยไม่รู้จริงนะครับ และกรุณาใช้คำที่สุภาพและรู้จักกาลเทศะด้วยนะครับ
     ผมไม่โกรธ ไม่ได้ดุด่า แต่ผมอยากให้คุณรู้ไว้อย่างนึงว่า " คนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั่นนำของประเทศไทยหรือของโลกอย่าง OXFORD   CAMBRIDGE ก็ไม่ได้จะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนที่จบมาจากมหาวิทยาลัยธรรมดาๆนะครับ
     สุดท้ายถ้าครอบครัวคุณไม่มีความศรัทธาหรือมั่นใจในคุณภาพของเอแบค น้องก็ไปเรียนที่อื่นเถอะครับ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกับทางบ้านและสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลที่พ่อแม่น้องอยากให่เข้าไป

*

ฺBOSS

  • Guest
ทุกที่มีทั้งคนเก่งและไม่เก่งครับ ที่บอกว่าเด็กเตรียมอุดมศึกษา พญาไท เก่งกว่าเด็กเอแบค ผมขอยืนยันว่าไม่จริงครับ ผมไม่มั่วนะครับ เพราะผมจบมาจากเตรียมอุดม ผมตอ 71 ผมเจอเพื่อนมาเยอะ เจออาจารย์มาก็เยอะ
ส่วนเด็กอินเตอร์ของที่ จขกท บอกว่าเก่งกว่าเด็กเอแบค อันนี้ผมไม่แน่ใจครับ แต่ที่นี่มีคนเก่งอังกฤษที่เป็นคนไทยแท้ ไม่ใช่ฝรั่ง ไม่ใช่แขก ไม่ใช่ต่างชาติ
บริษัทพ่อเพื่อนผมเป็นบริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับวิศวกร ผมได้ข่าวมาว่า " เค้าจะรับเฉพาะเด็กจุฬากับเด็กเอแบคเท่านั้นครับ "และบริษัทชั้นนำอีกหลายแห่งก็เป็นเช่นนี้ ดูจากจุดนี้เอแบคไม่ได้ด้อยกว่ามหาวิทยาลับชั้นนำในเมืองไทยตรงไหนเลยครับ
ปล จขกท อย่าเอาความคิดของตนกับคนในครอบครัวมาตัดสินโดยไม่รู้จริงนะครับ และกรุณาใช้คำที่สุภาพและรู้จักกาลเทศะด้วยนะครับ
     ผมไม่โกรธ ไม่ได้ดุด่า แต่ผมอยากให้คุณรู้ไว้อย่างนึงว่า " คนที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั่นนำของประเทศไทยหรือของโลกอย่าง OXFORD   CAMBRIDGE ก็ไม่ได้จะประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าคนที่จบมาจากมหาวิทยาลัยธรรมดาๆนะครับ
     สุดท้ายถ้าครอบครัวครอบครัวคุณไม่มีความมั่นใจในคุณภาพของเอแบค น้องก็ไปเรียนที่อื่นเถอะครับ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกับทางบ้านและสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลที่พ่อแม่น้องอยากให้เข้าไป

*

เด็กเอแบค

  • Guest
จบเอแบคค่ะ ได้เพื่อนต่างชาติเพียบ ถ้าเรียน ม.รัฐคงไม่มีโอกาสได้คบเพื่อนต่างชาติ

*

ธนียะ เผาสุข

  • Guest
เขาจะพูดกันว่า "Garbage in, garbage out" ครับ
คุณทำตัวเองอย่างไร ไปเข้า ม.ไหน จบออกมาก็ไม่ได้ต่างกัน
ดังนั้น จะให้ดี คุณต้องหาทางพัฒนาความสามารถของคุณเอง

เรียนเก่งไมไ่ด้แปลว่าฉลาดนะครับ  ความฉลาด ความสามารถคน มันพูดได้หลายด้าน
การพูดถึงแต่เรื่องการสอบเข้า เรื่องคะแนน อะไรพวกนี้  จะบอกให้ว่า คนมีสมองเขาไม่ตัดสินคนด้วยของพวกนี้ครับ

*

NekoNoon

  • PC @ Comm. Arts [531]
  • Professor Member
  • ****
  • 82
  • 1
    • FB
เราถือว่ามาหาโอกาสใช้ภาษาอังกฤษ แล้วพอดีชอบสตูดิโอที่นี่ด้วย 55+

โดยรวมน.ศ.จะเป็นไงก็ช่าง เราทำตัวเราให้ดีก็พอละ

*

emmiiey

  • Jr. Member
  • **
  • 8
  • 0
คนเราจะเป็นยังไงมันอยู่ที่ตัวเรามากกว่านะ คนที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่ก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองกันแล้ว มีจุดมุ่งหมายมีงานรออยู่แล้ว เลยไม่ค่อยแคร์มากกับเรื่องต้องเกรดสูง ต้องแข่งกัน ต้องสมัครงานเป็นพนง.บริษัท ต้องได้เงินเดือนเท่านั้นเท่านี้ แต่คนเก่งๆที่เอแบคอะมีเยอะนะ แต่บางทีมันแค่ขี้เกียจกันไปหน่อย
ละแบบระบบของมหาลัยก็ไม่แน่ไม่นอนอย่างที่เค้าว่าแหละ ละเอาจริงๆจะเอาไปเปรียบเทียบกะพวกจุฬา อะไรนั่นไม่ได้หรอก แค่ระบบมันก็ต่างกันแล้ว
คนเก่งอะมันเก่งต่างๆกันไปนะ เก่งทำงานแต่เรียนไม่เก่งก็เยอะ ละทุกที่อะมันก็มีทั้งเก่งไม่เก่งปนเปกันไปแหละ
ถ้าคุณมายเรื่องเงินเดือนเรื่องสมัครงานมากนะ ก็อย่ามาเข้าเอแบคเลยดีกว่า

*

EUStudent

  • Guest
จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ก็มีชื่อเสียงแต่ในไทยเท่านั้นแหละครับ ผมเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในยุโรป ที่นี่ไม่มีใครรู้จักจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ หรอกครับ เห็นเด็กจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ได้แฟนเป็นชาวต่างชาติ มาอยู่ที่นี่ ก็ทำได้แค่ทำงานเป็นเด็กเสริ์ฟตามร้านอาหารไทย เพราะไม่มีใครรับเข้าทำงานครับ  (a04)

*

Lacerulean

  • Guest
ขอเถียง เรียนพิเศษ ไม่เคยเรียนค่ะ จบ4ปีเหมือนคนทั่วไป เพื่อนบางคนจบ3.5ปีค่ะ และถูกเชิญมาเป็นอาจาร์ต่ออีกต่างหาก อยู่ที่คนมากกว่า ไม่ใช่จบจุฬาจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป :04a97f13:

*

Vivid

  • SuperStar Member
  • ******
  • 239
  • 33
To เห้อ

เรียนให้ง่าย มันก็ง่าย ,, และเรียนให้ยาก มันก็ยาก อยู่ที่คุณเลือกที่จะพิสูจน์ตัวเอง

เอแบค เรียนให้พอผ่านก็ผ่านนะ แต่ไม่ได้ความรู้ห่าเหวอะไรหรอก เหมือนเด็กเอแบคส่วนใหญ่ที่ทำกัน เรียนเอาเกรด งานกลุ่มไม่สนว่าจะต้องออกมาดี แม่งเอาแต่ตัวมันผ่านพอ

เอแบค เรียนให้ยากมันก็ยาก เพื่อที่จะพิสูจน์ตัวเอง เก็บ A ยากนะ และ A ผมเชื่อว่า ผู้เรียนต้องเข้าใจและประยุกต์เนื้อหาวิชาได้ไม่น้อยก็มาก


*

tum

  • Guest
อยู่ที่ตัวเราครับ ผมอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงเอแบค คือรามคำแหง พี่ผมก็จบรามคำแหง ปัจจุบันเป็นผู้บริหารบริษัท คอมพิวเตอร์ แนวหน้าของไทย เงินเดือน200k up อายุไม่มากด้วย ครับ ผมเองก็ทำงานในสายการบินแห่งหนึ่ง ลูกเรือ ครับ เมื่อก่อนผมก็โดนดูถูก เรียนก็ไม่เก่ง ข้างบ้านมองว่าจะจบเหรอ ปัจจุบันผมนำลูกเขาไปล่ะ เอาเป็นว่าอยู่ที่ตัวเรา ไม่ใช่สถาบันอย่างเดียว ถามว่ามีผลไหมก็คงมีระยะเริ่มทำงาน หลังจากนั้นถ้าคุณทำให้หัวหน้าเห็นได้ว่าคุณก็ทำได้ และดีด้วย ก็จบครับ ภาษาผมก็เรียนเอง แข่งกันเป็นพันเป็นหมื่น ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นได้เลย สู้ๆๆๆๆครับ

*

Recruiter

  • Guest
it's the same rank from my point of view CU TU ABAC BU RSU.  I see no different in new graduates..  I am ABAC alumni graduated at GPA 2.89.  During my career as the professional (ลูกจ้างบริษัท), my annual income is over 1 million Baht when I turned 30 and made over 4 million Baht when I reached 35.  Currently I am running my own business.

โลกแห่งการเรียน(เมืองไทย)มันก็แค่คนที่ท่องจำเก่งแล้วดูเหมือนประสบความสำเร็จ โลกแห่งการทำงาน(ในชีวิตจริง)คนที่ฉลาดมีไหวพริบ ตั้งใจ มุ่งมั่น มีความรับผิดชอบต่างหากที่เป็นผู้ชนะตัวจริง.


*

Black Cat

  • Guest
เอาจริงๆน่ะ เราเห็นคนจบอักษร.จุฬา พูดอังได้แย่กว่าเด็กม.1รร รัฐ อีก คนที่จบเนี่ยมาเป็นพี่เลี้ยงดูแลห้องเรียนให้เด็กๆ กับครูต่างชาติ แล้วโครงงานกับรร

ไม่ให้ว่าจบสถาบันไหนแล้วเด็กจะเก่งกว่ากัน มันอยู่ที่ตัวเราทั้งนั้นที่จะฝึกฝนไหม

*

Alek

  • Guest
 :87a4e689:ไม่จริงเลยอ่า คนที่ชอบดูถูกคนไม่ใช่คนดีหรอกนะ  อยู่ที่ตัวเราอย่างที่ คุณ เเมวดำพูด   พี่ๆที่บริษัทรุ่นน้ากันจบปวส กันทั้งนั้น ยังได้เป็น ผจก เเผนกเลย

*

Agent S

  • Professor Member
  • ****
  • 73
  • 11
ผมว่านะของอย่างนี้อยู่ที่ตัวคนเรียนมากกว่านะครับ เพราะแต่ละคนความคิดก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้วครับ? ถามว่าโดนดูถูกไหม มีบ้างครับ เพราะพวกเราเป็นม.เอกชน แต่ที่นี่จะเน้นสอนให้เด็กจบไปสามารถทำธุรกิจของตัวเองได้ครับ หางานยากไหม? ไม่ถือว่ายากครับ ขึ้นอยู่กับบริษัทนั้นๆที่ไปสมัครด้วย บางที่เค้าเน้นพนักงานจบจากม.ดังๆเท่านั้น บางบริษัทรับเฉพาะคนที่จบจากม.(บลาๆๆ)เท่านั้น แต่ที่เอแบคขึ้นชื่อว่าเรียนภาษาอังกฤษแล้ว อย่างน้อยภาษาต้องดีระดับนึงครับ  :f449b82c:

*

มินิมัม

  • Guest
เอแบคกับเดกภาคอินเตอร์จบไปเปนเจ้านายคนสิคะ บางคนเค้ารวยมีกิจการอยู่แล้วเคยไปงานรับปริญญาเพื่อนหน้าตาเด็กดูดีทั้งนั้น ยังไงซะเอกชนมันก็โดนคนไทยว่าบ่อยๆไม่ต่างกับภาคอินเตอร์รั้วชมพูหรอกค่ะว่าไม่เก่งจริงเข้าภาคปกติไม่ได้ แต่สิ่งที่ภาคอินเตอและเอแบคเค้าได้คือภาษาจะเปิดอาเซียนอยู่แล้วคนไทยส่วนมากพูดอังกฤษก็จะกลัวผิด ชั้นต้องถูกแกรมม่าอะไรแบบนี้ทั้งๆที่ไม่จำเป็น ถ้าจะดูอีกแง่เดก ฬ ก็ลูกไฮโซเข้าเยอะค่ะพวกนี้มีทางเลือกเยอะจะเข้สังคมฝรั่งในมหาลัยเหมือนเอแบคก็ได้ถ้่จะเปรียบกับที่ คห อื่นบอกนะ แต่ย้ำว่าคุณก็ต้องมีเงิน เพราะปิดเทอมเดก ฬ ก้อแค่บินไปซัมเมอร์เมืองนอกได้ใช้ร้อยเปอเซน ค่านิยมการเอนทรานในไทยมันแย่มากเพราะรัฐไม่มีงบพอให้เด็กจึงต้องแย่งกันสองหาที่นั่งเรียน ปัญหาที่เจ้าของกระทู้ถามมันเปนปัญหาเรื่องมนุษย์เงินเดือนค่ะ

*

Alek

  • Guest
อย่าไปมีอคติเลยครับ ก็เเค่คนบางคน ว่ามาก็เท่านั้นเอง ทำให้คนเหล่านั้นรู้ไปเลยว่า เราก็มีดีพอตัวเหมือนกัน

*

Ppasa

  • Guest
 :3c68bb64:เอแบคไม่ได้กากอย่างที่คิดนะคะ ลองมาเรียนแล้วจะรุ้ว่ามันไม่ง่ายจิงๆ แล้วการที่เราเรียนเปนภาษาอังกริดทุกวัน ต้องเขียนงานพรีเซ้นงาน คุยงานกับเพื่อนและอาจารต่างชาติ 4ปี มันต้องได้อยุ่แล้วค่ะ ขึ้นอยุ่ที่ว่าจะได้มากได้น้อย แต่ยังไงก่ต้องได้มากกว่ามหาวิยาลัยที่เรียนสอนเปนภาษาไทย ตอนนี้ภาษาอังกริดมีความสำคันมากนะคะ แล้วเอแบคก่เปนมหาวิทยาลัยนานาชาติที่ได้รับการยอมรับนะคะ ถ้าไม่ได้ลองมาเรียน ฟังแต่คนนุ้นคนนี้พูด ก่ไม่ได้รุ้จิงหรอกค่ะ

*

iiioooiii

  • Guest
เราว่ามันขึ้นอยู่กับคนด้วยนะ เพราะว่าท่าจะเถียงกันจริงๆ ทุกม.ก็มีมาตรฐานที่ต้องใช้หลังสือที่ใกล้เคียงกัน อาจารย์เดี๋ยวนี้ก็rotateทั่วถึงกันหมดทุกม.เนื่องจากขาดแคลนบุคคลากรผู้สอน (อาจารย์ที่สอนได้ต้องจบโทขึ้นไปและคนจบที่เข้ามาในวงการการศึกษามีสักกี่คน?)และต้นทุนของค่าจ้างก็ลดลงเพราะจ้างเป็นแค่บางวันเท่านั้น อย่างบางทีเอแบคก็ีอาจารย์จากมหิดล จุฬามาสอนกึ่งpart-timeให้ ฉนั้นมันยังมีข้อต่างระหว่างมหาลัยอยู่จริงๆหรอ?
ในเมื่อเรียนหนังสือเล่มเหมือนกันอาจารย์ก็แทบจะคนเดียวกัน และความต่างคืออะไร ความคิดหรอ? ถ้างั้นเราว่ามันคงขึ้นอยู่กับบุคคลนะ เราว่าคนเรามันคงไม่สามารถจะฉลาดขึ้นได้ทันทีเพราะว่า 3-4 ปี แต่อาจจะแค่ให้เห็นในบางมุมของธุรกิจและโลก ความเก่งหรือความสำเร็จที่ว่านั้นจะเป็น 10 ปี ที่ลองทำงานและมากกว่าถึงจะเรียกว่า success
แล้วมันไม่ใช่ว่า ม.รัฐบาลและจ้างอาจารย์ดีมาสอนให้มีความรู้และคุณจะเก่ง แต่มันคือตัวคุณเองที่ว่าจะซึมซับและเอาไปใช้ได้มากเท่าไหรมากกว่า
อีกอย่างที่ค่านิยมของม.รัฐบาลหรือเอกชน มันก็เหมือนการตลาดแต่คุณแปะโลโก้ตราม.รัฐบาล หรือคุณจะแปะตราม.เอกชนเท่านั้น มันจะไปใช้วัดอะไรได้??
เอแบคเรียนยากไหม เราว่าไม่ยากแต่ถามว่ามันจำเป็นต้องยากและคุณไม่เข้าใจอะไรที่อาจารย์สอนมาเพราะพูดใช้คำยากๆให้เด็กมึนๆ และเราเสียตังค์ไปก็ตั้งเยอะไม่ได้ความรู้ออกมาไม่มีความเข้าใจอะไรเลย แค่ได้ความภูมิใจของมหาลัย เป็นงั้นเราว่าอีก 10-30 ปีข้างหน้าไม่ดำมืดเลยหรือค่ะ เพราะจบมาblankโลกกระทัดสั้นแคบ บริษัทจะเอาพนักงานเหล่านี้ไปทำอะไรได้? จะจ้างไปทำไม? มีประโยชน์อะไรต่อบริษัท?

ทั้งนี้ก็แล้วแต่คนนะค่ะ แต่นี้เป็นความคิดเห็นที่อยากนำเสนอให้ลองคิดกันดูค่ะ

*

MHZ

  • Guest
เอาจริงๆแบบไม่โลกสวยเลยนะ

ผมว่าแม่เธอพูดถูกแล้วอ่ะ

1. เทียบอิ๊งกับเด็กอักษรนี่ไม่ได้ ---> ถูก

2. เทียบกับเด็กเตรียมม.4เด็กเตรียมยังเก่งกว่ามากๆ ---> ถูก

3. เด็กไม่ตั้งใจเรียน ---> ถูก

4. วัตถุนิยม ---> ถูก

5. ตั้งใจก็มีแต่ต้องเลือกคบ ---> ก็ถูกอีก

อย่าหาว่าเหมารวมแบบ steriotype เลยนะ แต่เด็ก ABAC ส่วนใหญ่เป็นแบบที่แม่เธอบอกจริงๆ

มีส่วนน้อยมากๆ (น้อยแบบนับคนได้) ที่เก่งจริงๆ แบบเนื้อหาวิชาการแน่นปึ้ก

ภาษาอังกฤษก็เป๊ะ ตั้งใจเรียนและไม่วัตถุนิยม

เด็กเก่งๆจะไปอยู่ จุฬาฯอินเตอร์ ธรรมศาสตร์อินเตอร์ และ MUIC กันหมดครับ

AU ก็เลยเหลือแต่แบบ... เก่งน้อยลงมาหน่อย

มีบ้างบางคนที่ตั้งใจอยากจะเข้าที่นี่แต่แรกอยู่แล้ว

(เหตุผลเพราะมาจากเครือ St.Gabriel หรือที่บ้านเป็นศิษย์เก่า AU กัน)

ส่วนที่ว่าเข้าง่ายแต่จบยากน่ะ ผมว่าก็ไม่นะ

วิชาที่สอนก็ไม่ได้ยากมากมายอะไรขนาดนั้น ถ้าเทียบกับที่อื่น ของเค้าเข้มข้นกว่าเราเยอะ

กระบวนการวัดผลก็ยากกว่า มาตรฐานก็ย่อมสูงกว่า

เรียนที่นี่ ขยันๆหน่อย ตั้งใจเรียนในห้องให้มากๆ grade ก็ไปได้สวยแล้วครับ

แต่ที่เราเห็นตอนนี้คือ เด็ก ABAC บ้าเรียนพิเศษมาก (ย้ำว่ามาก)

แต่ใน class กลับไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทำ assignment ที่อาจารย์มอบหมาย

(OK ข้อนี้อาจเป็นเพราะภาษาอังกฤษของพวกเขาไม่ดี เลยต้องการเรียนเป็นภาษาไทย?)

ส่วนถ้าพูดกันถึงเรื่องเงินเดือน

เด็ก ABAC ส่วนมากจบไปแล้วดำเนินธุรกิจของที่บ้านต่อ

หรือไม่ก็ลงทุนทำธุรกิจ เป็นผู้ประกอบการเอง

คงไม่ไปเป็นพนักงานกินเงินเดือนหรอกครับ

เพราะงั้นเค้าไม่ care หรอกว่าจบมาจบมาเงินเดือนจะ start เท่าไหร่ ไม่ได้อยากทำงานบริษัทซะหน่อย



ปล. เราไม่รู้หรอกนะว่า เตรียมอุดมที่เธอว่าน่ะ เริ่ดขนาดไหน เราไม่รู้จักจริงๆอ่ะ

     ส่วนรั้วชมพูนี่คงหมายถึง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช่ป่ะ?

     งั้นเราสงสัยอ่ะ ถ้าที่บ้านเธอเก่งกันขนาดนั้น ทำไมเธอเป็นแกะดำคนเดียวในบ้าน?




ด้วยความเคารพ

ถูกที่สุดครับผม

*

Pimm2473

  • Guest
ดิฉันว่าจริงๆแล้วมันอยู่ที่ตัวเด็กแต่ล่ะคนมากกว่านะคะ  เรื่องเงินเดือนสตาทเท่าไรมันก็อยู่ในศัักยภาพในสิ่งที่นีกเรียนมี ถึงตอนแรกจะน้อยแต่ถ้าเราเป็นคนมีคุณภาพ อนาคตก็สามารถเปลี่ยนแปลงเองได้

*

ครูกุ๊ก

  • Guest
ชื่อมหาวิทยาลัยก็สำคัญ
แต่คณะที่คุณเลือกเรียนสำคัญกว่า
ยกตัวอย่างง่ายๆ

คนนึงจบคณะวิศวะ เอแบค
อีกคนจบ รัฐศาสตร์ จุฬา
ถ้าสองคนนี้ข้าทำงานในบริษัทเดียวกันและเข้าพร้อมกัน
คนที่ได้startเงินเดือนมากว่าย่อมเป็นคนที่จบวิศวะแน่นอน ถึงแม้จะจบจากม.เอกชนก็ตาม

*

plapla

  • Guest
 ทั้ง มหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชน ก็มีจุดที่ดีและด้อยต่างกัน คือ ถ้า ม. รัฐ ก็จะเก่งวิชาการ แต่ความคิดจะค่อนข้างโบราณเน้นทฤษฎี. เหมื่อนนักวิชาการทั่ๆ ไป เหมาะกับลักษณะงาน ประเภทงานประจำ อาจารย์ นักวิชาการ. เน้นงานที่เป็นนามธรรม. อะไรทำนองนี้.
ส่วน ม. เอกชนวิชาการเบาลงมา แต่เน้นการปฏิบัติ. การใช้ชีวิตที่เป็นจริง มีความคิดยืดหยุ่น. ปรับตามสภาพสังคม. เหมาะ กับงานที่ทันสมัย ใช้ความคิดหลากหลาย. ไม่ยึดติด กับสิ่งเดิม ทันสมัย. เน้นผลงานที่เป็นรูปธรรม
ก็เป็นการแยกตามลักษณะ องค์กร. ถ้ามองง่ายๆองค์กรรัฐ. กับองค์กรเอกชนนั่นแหละ. แนวความคิดของคนในองค์กรรัฐแตกต่างกับองค์กรเอกชน.
ดังนั้นไม่มีใครดีกว่าใคร อยู่ที่ว่าใครชอบชีวิตแบบไหน ก็เลือกเดินทางนั้น

*

Strong dose of reality...

  • Guest
it's the same rank from my point of view CU TU ABAC BU RSU.  I see no different in new graduates..  I am ABAC alumni graduated at GPA 2.89.  During my career as the professional (ลูกจ้างบริษัท), my annual income is over 1 million Baht when I turned 30 and made over 4 million Baht when I reached 35.  Currently I am running my own business.

โลกแห่งการเรียน(เมืองไทย)มันก็แค่คนที่ท่องจำเก่งแล้วดูเหมือนประสบความสำเร็จ โลกแห่งการทำงาน(ในชีวิตจริง)คนที่ฉลาดมีไหวพริบ ตั้งใจ มุ่งมั่น มีความรับผิดชอบต่างหากที่เป็นผู้ชนะตัวจริง.




Now my doubt is confirmed... Prior to giving your opinion in English, it's good to at least know basic grammar and sentence structure.  I would expect someone with a tertiary education such as yourself and the kind of experience you described above to be much more adept at English communication skills.  

*

theerask

  • Guest
‪#‎ประกาศคับ‬
เปิดรับพนักงานเพิ่มเติมคับ
ตำแหน่ง : Part Time , Full Time
หน้าที่ : คีย์ข้อมูลต่างๆ
฿ รายได้ : 8,000-18,000 บาทต่อเดือน ฿
*คุณสมบัติ*
- อายุๅ8ปีขึ้นไป
- มีความรับผิดชอบ ขยันทำงานอย่างจริงจัง
- มีความพร้อมที่จะเรียนรู้การทำงาน
- ใช้งานSmartPhone/คอมพิวเตอร์ (มือถือ)
เพื่อทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเป็น
(หากไม่เป็น มีการเรียนการสอนให้ฟรีคับ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่ได้)
สนใจกรอกข้อมูลลงทะเบียนไว้
เพื่อรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้เลยคับ
http://goo.gl/kC8nXf

*

Olives Eye

  • Newbie
  • *
  • 2
  • 0
เราว่าไม่นะ สมัยนี้พวกบริษัทเค้าไม่ได้ดูเท่าไหร่ว่าคุณจบจากไหน เค้าดูความสามารถ การทำงานเรามากกว่านะ เรียนเอแบคก้ได้เปรียบหลายอย่างนะ ทั้งภาษา ทั้งธุรกิจจริงๆมีบริษัทดีๆมารอรับไปทำงานเยอะแยะเลยน้าา จบจากที่ไหนก้เหมือนกัน ขึ้นอยุ่กับตัวเองมากกว่านะ เราว่า ^^

*

bluemoon

  • Professor Member
  • ****
  • 71
  • 1
ขึ้นอยู่กับคนนะคะ ค่านิยมของคนไทยส่วนใหญ่ชื่นชม ม.รัฐมากกว่าเอกชนอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเอแบคเป็นมหาลัยที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่ต้องการของหลายบริษัทพอๆกับมหาลัยรัฐชื่อดัง แม้เอแบคจะเป็นมหาลัยเอกชนแต่ไม่ได้แปลว่าคุณภาพจะแย่กว่ามหาลัยรัฐบาล สิ่งหนึ่งที่จะได้จากเอแบคแน่นอนคือทักษาะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น นอกจากนั้นยังมีคอนเนคชันเยอะทั้งจากพื่อนคนไทยและชาวต่างชาติ เรียนจบเอแบคไม่ด้อยไปกว่ามหาลัยอื่นแน่นอน

*

Ppnk

  • Guest
สำหรับเรารู้สึกว่าการเรียนที่นี่ไม่ได้จบง่ายอย่างที่หลายๆคนคิด ถ้าไม่ตั้งใจจริง เข้าเรียนไม่ครบ ก็จบยากเหมือนกันกับมหาลัยอื่นๆ สำหรับคนรอบๆตัวเราไม่มีใครดูถูกเลยนะ เพราะอย่างเราก็สอบติดม.รัฐ แต่สุดท้ายเราก็เลือกเอแบคค่ะ

*

Bnnbnn

  • Guest
เอาจริงมันไม่ได้เป็นแบบที่หลายๆคนคิด แต่ถ้าพ่อแม่คิดแบบนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกค่ะ

*

bahahahaha

  • Guest
มันแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนที่คิดว่าเด็กที่มาเรียนเอกชนคือแอดไม่ติด ตัวเราแอดติดแต่เลือกที่จะเรียนที่นี่ค่ะ จบเอแบคไม่โดนดูถูกนะคะ น่าภูมิใจด้วยซ้ำ เพราะจบยากเหลือเกิน ม.เราเทียบกับม.รัฐอื่นได้ตั้งเยอะ อีก1อย่างคือจบม.เอกชนไม่หางานยากนะคะถ้าคุณเกรด2.75อัพ

*

Ncp

  • Guest
เอาจริงๆนะคะ เรียนเอแบคมา รู้สึกได้อะไรเยอะมาก ทั้งการจัดการ เรื่องการเรียนของตัวเอง เพราะเอแบค เราต้องลงวิชาเรียนเอง วางแผนการเรียนให้จบภายใน 4 ปี และสิ่งนี้ก็ทำให้เราฝึกการจัดการ ไปอย่างหนึ่ง อีกอย่างเรียนเอแบค ได้ภาษาอังกฤษดีขึ้นแน่นอนคะ เพราะการเรียนการสอนทุกอย่าง เป็นภาษาอังกฤษ แต่ถึงอย่างไรแล้วนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวของน้องเองด้วย ว่าตั้งใจเรียน แล้วก็พยายามเพื่ออนาคตตัวเองแค่ไหน เพรัะฉะนั้นไม่ว่าจะเรียนที่ไหนก็ประสบความสำเร็จหมดและค้าาา สู้ๆ

*

ppangdora

  • Guest
ไม่จริงค่ะ ทุกมหาวิทยาลัยก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี อย่าเหมาทั้งมหาวิทยาลัย เพราะคนเรียนเก่งบริษัทก็จะมาจองตัวไป มันขึ้นอยู่ที่ตัวเรา เท่าที่ทราบมาจากรุ่นพี่ที่เอแบคหางานง่ายสุด เพราะได้เปรียบด้านภาษา พอจบออกมาก็มีแต่คนจองตัว ขอให้จบนะคะก็สามารถเลือกงานได้เลย มีรุ่นพี่ที่รู้จักหลายท่านจบเอแบคมา เงินเดือนเริ่มต้นที่ 25,000 บาท พอเปลี่ยนงานใหม่ได้เงินเดือน 50,000 บาท
อ้างอิงจาก http://campus.sanook.com/1380709/ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ติดอันดับ มหาวิทยาลัยยอดนิยมของไทย 2016 ซึ่งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้อันดับที่ 3 ของประเทศ อันดับที่ 89 ของเอเชีย และลำดับที่ 534 ของโลกค่ะ ^^
 (a04)

*

JTN

  • Guest
เราว่าไม่จริงเลยนะค่ะ จบเอเบรมานาน่าจะหางานทำได้มากหลากหลายรูปแบบ เพราะเอเบคเน้นทางบริหารธุรกิจแล้วที่สำคัญเราเชื่อว่าภาษาอังกฤษก็แข็งแรงมากด้วย  :f449b82c:

*

Oat Sorawit

  • Jr. Member
  • **
  • 15
  • 0
ไม่จริงครับหลายๆบริษัทเลือกเด็กเอแบคเป็นอันดับต้นๆ เพราะเค้าเห็นว่านักศึกษามหาลัยเรามีคุณภาพมากกว่ามหาลัยรัฐหลายๆที่ แล้วการที่จบมหาลัยนี้ยังบ่งบอกอีกว่า ทำงานเป็นไม่ใช่พวกที่เอาแต่อ่านหนังสือเหมือนมหาลัยอื่น

*

Arvts

  • Guest
ทุกอย่างอยู่ที่เรานะ ถ้าเรามีความสามารถที่โดดเด่นแล้วเข้ากับงานที่เราสมัคร มันไม่มีทางหางานได้ยากหรอกค่ะ ถึงจะจบเอแบคก็เหอะ 😊

*

ANM

  • Guest
ไม่จริงหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ตัวเรามากกว่า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อของมหาวิทยาลัยหรอก แต่สังคมอาจทำให้เรารู้สึกว่าค่านิยมของการหางานทำได้ต้องจบมาจากมหาวิทยาลัยรัฐเท่านั้น ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ทุกๆมหาวิทยาลัยก็ผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเอกชนหรือรัฐ การที่เราจะได้งานหรือไม่นั้นจึงไม่ขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยหรอกค่ะ แต่ในด้านของเอแบค นักศึกษาก็จะได้ในเรื่องของภาษาอังกฤษมากหน่อย และก็มีconnectionที่ดีและหลากหลายค่ะ

*

KKKK

  • Guest
ไม่จริงนะ เราว่ามันขึ้นอยู่กับตัวเรามากกว่า ถ้าเรามีความสามารถ ทางบริษัทเขาก็รับเข้าทำงาน

*

O(n)

  • Guest
ถ้าเทียบกับตอนนี้ ไม่น่าจะดูถูกแล้วนะครับ ในทางกลับกันเป็นที่ต้องการมากกว่าเดิมซะอีก ผมว่าที่นี่ต่างจาก ม เอกชน ทั่วไปนะครับ ข้อได้เปรียบคือเราได้ภาษากับคอนเนคชั่นชาวต่างชาติมากกว่า ส่วนมากก็ไม่ค่อยเป็นลูกจ้างนะครับ ถ้าที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้วก็ต่อยอดจากเดิมได้เลย  :f449b82c:

*

JJ_JIA

  • Guest
อ่านเรื่องเจ้าของกระทู้แล้วทเราก็รู้สึกอึดอัดแทนจขกท.จัง ที่พ่อแม่มีค่านิยม ยึดติดกับชื่อมหาลัยรัฐจริงๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสังคมไทยเราเป็นอย่างนั้นจริงๆ พวกป้าๆ จะชอบคิดว่าม.รัฐบาลถ้าใครเรียนนี่คือเก่ง เอาไปพูดอวดกันอีก แต่สำหรับเราเราขอเลือกเรียนในสิ่งที่ชอบมากกว่าจะดู ยึดติดแร่ชื่อมหาลัยดีกว่า เห็นมาหลายคนหละ ฝืนเรียนคณะที่ตัวเองไม่ชอบแค่เพราะมันเป็นของมหาลัยรัฐ สุดท้ายก็ซิ่ว เพราะเรียนไม่รอด เราว่าสู้เรียนอะไรที่เรารักมันจะทำออกมาได้ดีเอง และพอจบไปการทำงานเค้าจะดูว่าคุณทำงานเป็นไม่เป็นเค้าดูที่ความสามารถไม่ใช่เกรดไม่ใช่ชื่อมหาลัยรัฐ ยังไงจขก.ก็ลองคุยอธิบายเหตุผล ปรับทัศนคติของพ่อแม่ดูนะคะ จะได้ไม่ต้องรู้สึกเครียด กดดันอยู่แบบนี้ สู้ๆคะ

*

whisper

  • Guest
จากที่คุณแม่คุณพูดมาก็ไม่ผิดหรอกครับ เด็กเก่งๆอาจจะไม่ได้มีเยอะเหมือนที่ที่คุณกล่าวมาแต่ที่เอแบคคุณสามารถพัฒนาทักษะได้หลายด้านมากครับยิ่งถ้าทำกิจกรรมยิ่งได้เยอะเลยครับ คนที่จบเอแบคเงินเดือนสตาร์ทสูงกว่าที่คุณกล่าวมาก็มีครับ ผมสรุปเลยว่าทุกอย่างอยู่ที่ความพยายามของตัวคุณเองขอแค่มีความตั้งใจครับ

*

Free

  • Guest
เราไม่รู้นะว่าคนส่วนมากจบมาจะหางานทำได้มั้ย เเค่เราคิดว่าเรามีความสุขที่ได้ตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ เรียนในสิ่งที่เราชอบ และเราก็มีความฝันที่จะทำให้มันสำเร็จ งานในโลกนี้มีเป็นร้อยเป็นพัน ถ้าเรามีความสามารถจริงๆ ไม่มีทางที่เราจะไม่มีงานทำหรอก เกิดมาแค่ครั้งเดียวใช้ชีวิตที่อยากจะทำดีกว่า ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเรามีความสุข คุยกับพ่อแม่ดีๆ คุยด้วยเหตุผล ตั้งใจเรียนให้เค้าเห็น บางทีเค้าอาจจะยอมก็ได้นะ สู้ๆ

*

Arial

  • Guest
ไม่จริงเยย เค้าตัดสินใจถูกต้องมากที่มาเรียนที่นี่ ภาษาอังกฤษแข็งจริง เค้าไม่เก่งเลย ตอนนี้รู้ศัพท์เยอะขึ้นมาก มีภาษาติดตัวไม่ต้องกลัวเรื่องงานเลยจริงๆ👍🏼👍🏼

*

kvam

  • Jr. Member
  • **
  • 17
  • 0
ไม่ครับ มันอยู่ที่ตัวเราครับ ถ้าตั้งใจและเอาจริง ยังไงอนาคตก็ดีแน่นอนครับ บางบริษัทเขาดูคุณสมบัติหลายๆอย่างด้วยครับ

*

Dora

  • Guest
มันแล้วแต่คนนะครับ ถ้าตั้ง ใจทำงาน ก้ได้สิ่งที่ดีได้

*

MyArtO

  • Jr. Member
  • **
  • 14
  • 0
แล้วแต่มุมมองคนอะครับ ผมว่าแต่ละที่จะให้อะไรแตกต่างกันไป อย่างเอเบค ผมว่าได้connection แน่นอน ฝึกการปรับตัวเพราะมีเพื่อนๆหลายแบบมาก ฝึกการพัฒนาตัวเอง ง่ายๆคือที่เรียนจบยากจริงๆอะเพราะขี้เกียจซะเองมากกว่า เรื่องโดนดูถูกเนี่ยผมว่ามันเริ่มน้อยลงมากแล้วนะ ส่วนหางานยาก มันขึ้นอยู่กับตัวเราจริงๆว่าเรามีวางแผนมาดีแค่ไหนและเรามีดีมากพอที่เขาจะจ้างเราไหม

*

Banana Kang

  • Jr. Member
  • **
  • 16
  • 0
ไม่จริงหรอก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเอง อย่าไปสนใจคำดูถูกคนอื่น คนพวกนี้มีเยอะแยะ ไม่จบไม่สิ้น สนใจพัฒนาศักยภาพตัวเองดีกว่า และก็ไม่เกี่ยวหรอกว่าเราจบจาก ม.ไหน ของอย่างนี้มันอยู่ที่ฝีมือการทำงานของเรามากกว่า

*

budree

  • Guest
มันอยู่ที่ตัวเราล้วนๆเลยค่ะ หน้าที่ของเอแบคคือสอนให้เราจบออกไปอย่างมีคุณภาพ แต่จะเปนอย่างนั้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของเราเองค่ะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าดีสะอีกจบเอแบค เพราะเราได้เปรียบเรื่องของภาษาซึ่งตอนนี้ก็จำเป็นอย่างมากเพราะกำลังเข้าสู่อาเซียนค่ะ แล้วคำว่าเอกชนก็ไม่ได้มาจำกัดโอกาสในการทำงานของเราค่ะ

*

inin

  • Guest
ผมว่าไม่นะ หลายๆบริษัทชอบเอแบคด้วยซ้ำ ตรงที่ได้ภาษาอังกฤษนี่แหละ

*

sunflower

  • Guest
ลองมาสัมผัสเองดูนะคะ
เราจะรู้เลยว่าไม่ใช่แบบที่คิดเลย
ทุกอย่างไม่ว่าจะมหาลัยไหน มันขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งนั้นค่ะ อยู่มหาลัยรัฐชื่อดังแต่ไม่ขวนขวาย ไม่ผลักดันตัวเองขึ้นมา คุณก็อยู่ได้แค่ในชื่อเค้าแหระค่ะ
ไม่มีใครดูถูกเราได้หรอกค่ะ ถ้าเรามีฝีมือจริงๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเองเนอะ
มหาลัยแค่ส่วนนึงของความสำเร็จค่ะ อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน

*

sherlyn

  • Guest
ถ้าพูดตามความจริงพวกมนุษย์ป้าเนี่ยถ้าไม่จบม.รัฐดังๆพวกเขาก็ดูถูกหมดอ่ะ แต่ปัจจุบันเราว่าไม่นะสัมคมเค้าเปิดกว้างขึ้นเยอะละเอแบคเนี่ยก็ไม่ได้ไก่กา สอบเนได้ที่1ก็เคยมาแล้ว อย่างพี่เราจบเอแบคภาษาดีมากกกก ทำงานบริษัทนำเข้าแร่ อายุสามสิบต้นๆเงินเดือน70kแล้วตอนนี้

*

Coper

  • Guest
เราว่าไม่จริงค่ะ เรื่องแบบนี้เราว่าอยู่ที่ตัวของแต่ละคนมากกว่า ไม่ว่าจะจบจากที่ไหนถ้าเรามีความรู้และความสามารถมากพอ แล้วสามารถนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในงานนั้นๆได้ ไม่ว่าที่ไหนเค้าก็รับค่ะ

*

Sazieeed

  • Guest
ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราล้วนๆเลยจริงๆแล้ว อย่างเอแบคพูดเลยว่าได้คอนเน็คชัน บางทีหางานง่ายกว่า ม อื่นด้วยซ้ำ เราไม่เก่งเรียนเราก็เน้นกิจกรรม เลือกด้านใดด้านหนึ่งรับรองได้งานแน่นอน ยิ่งเราได้ภาษาแล้วด้วยเนี่ย นอกจากภาษาอังกฤษเอแบคมีเด็กต่างชาติให้เราได้ฝึกพูดเยอะแยะ เผลอๆได้เงินเดือนเยอะกว่า ม รัฐ ด้วยซ้ำ

*

CoCo Lohacharoon

  • Jr. Member
  • **
  • 16
  • 0
ชื่อมหาลัยไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิตหรอกค่ะ
มันอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่าว่าตั้งใจตักตวงความรู้จากมหาลัยได้มากแค่ไหน
ถ้าน้องตั้งใจจริงๆพี่เชื่อว่าไม่ว่าอยู่มหาลัยไหนก็มีงานทำค่ะ

*

Mai Marie Srichoo

  • Jr. Member
  • **
  • 17
  • 0
ของแบบนี้อยู่ที่คนค่ะ สภาพแวดล้อมอาจจะมีส่วนบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าเราเก่งอยู่ที่ไหนก็เก่งค่ะ มหาลัยเป็นแค่ประตูด่านที่1 ในชีวิตค่ะ มันใช่ทั้งหมด จากข้อความทั้งหมดก็มาจากคนภายนอกทั้งนั้น ต้องลองมาดูค่ะ มาเรียนดู น้องอาจะเปลี่ยนความคิดไปเลยก็ได้ค่ะ

*

PN

  • Jr. Member
  • **
  • 17
  • 1
ไม่จริงเสมอไปหรอกค่ะ แต่อย่าไปเทียบกับจุฬาที่เขาคัดหัวกะทิตั้งแต่สอบเข้าเลยค่ะ แค่ความคิดตรงนี้ก็ผิดแล้ว แต่ละมหาลัยทีจุดเด่น จุดด้อยที่ต่างกันนะคะ

*

mayyyaa

  • Guest
เห็นอาร์ตอิ๊ง สอบโทอิกได้ 700 กว่าๆ ยังงงอยู่ ทำไมได้แค่นี้ ทั้งที่เรียนเป็นอังกฤษตลอดเวลา

*

Pammpykk

  • Guest
ไม่นะคะ  สำหรับเรา  ไม่เคยเจอใครดูถูกนะ  เพราะเราก็พิสูจน์ให้เขาเห็นว่า ที่นี่ไม่ได้เรียนจบง่าย  ไม่ใช่เรียนง่ายๆ ไม่ยาก  อย่างที่พวกเขาคิดกัน  เราไม่เคยรู้สึกเสียดายเลยนะที่นี่ ทั้งที่เราก็ติดที่อื่นเหมือนกัน  แต่เราเลือกเรียนที่นี่ค่ะ

*

parattagon

  • Jr. Member
  • **
  • 15
  • 0
ไม่จริงหรอกครับ อยู่ที่ศักยภาพตัวเองด้วย ถ้ามีความสามารถมากพอ ก็คงไม่มีใครมาดูถูกหรอกครับ อยู่ที่ตัวคนด้วยไม่อยู่แค่เฉพาะชื่อมหา'ลัย

*

ake1122

  • Guest
จริงๆแล้วมหาลัยเอกชนก้ดีนะ ก้แล้วแต่อยุ่ที่เราคิด เนอะ

*

prem

  • Guest
ไม่จริงน้า เอแบคได้ภาษากับคอนเนคชั่นเยอะมาก

*

Npam

  • Guest
เรายังไม่เคยโดนดูถูกนะ เอแบคไม่ได้เรียนง่ายนะต้องตั้งใจ เราไม่เคยเสียใจเลยที่เลือกเอแบค

*

Po

  • Guest
มันอยู่ที่ตัวบุคคลอะค่ะของแบบนี้ โอกาสที่เข้ามาก็มีส่วน จบเอแบคได้อย่างน้อยๆก็ได้ภาษาแหละค่ะ ถ้าพยายามทำให้โปรไฟล์น่าสนใจ ยังไงก็ไม่ตกงานแน่นอน

*

Dora

  • Guest
ไม่นะครับ มันอยุ่ที่ตัวเราที่เราจะทำใฟ้เขา ยอมรับเราในการทำงานหรือ สิ่งต่างๆ ได้หรือ เปล่า ถ้า ทำได้ใครๆ ก้รับ เข้าไปครับ

*

parattagon

  • Jr. Member
  • **
  • 15
  • 0
ไม่เกี่ยวว่าม.รัฐหรือเอกชนหรอกครับ ถ้ามีความสามารถ ก็มีงานทำครับ

*

PCLB

  • SuperStar Member
  • ******
  • 502
  • 144
เอาอีกและ ค่านิยมที่ไม่มีวันหมดไปจากสังคมไทยง่ายๆ

จะบอกว่า จบเกียรตินิยม เกรดเฉลี่ย 3 กว่า จาก ม.รัฐๆดังๆ เห็นชอบเอามาเบ่งกันจังในที่ทำงาน แต่เอาเข้าจริงๆ เก่งกันแต่ปาก ทำตัวงานจริงๆ ออกมาไม่เห็นจะได้เรื่อง

เพราะฉะนั้น ไม่เกี่ยวหรอกว่าคุณจะจบ ม.ไหนมา ประสบการณ์การทำงานเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุด ที่เราพูดแบบนี้เพราะเจอมาแล้วกับตัวในที่ทำงานเรื่องการแบ่งสี การแบ่งสถาบัน แม้คนบางคนจะจบ ม.เอกชน แต่ยังมีคุณค่าความเป็นคนและไม่เอาเรื่องสถาบันมาแบ่งแยก ซึ่งเท่ากับเหยียดมหาลัยที่มี ranking (การจัดลำดับ) ต่ำกว่า

เอาเถอะ คงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ กว่าจะลบล้างความเชื่อผิดๆ แบบนี้ไปได้เพราะมันฝังรากลึกอยู่ในสังคมเอเซียมานานแล้ว

จงจำคำนี้ไว้ "คนเก่ง อยู่ที่ไหนมันก็เก่ง" อย่าเอามหาวิทยาลัยเป็นตัวชี้วัดในการประสบความสำเร็จหรือความก้าวหน้าในชีวิต

*

MKnaja

  • Guest
ไม่ได้อะไรนะคะ เราอะไปสมัครเรียนต่อปริญญาโท​ที่ประเทศ​เยอรมนี​ เขาสัมภาษณ์​มาว่าที่ไทยจบอะไรเพราะเขาไม่รู้​จักเลยยกเว้นที่หนึ่งที่เขายังอมไว้ไม่ได้บอก เราบอกว่าเรากำลังจะจบจากเอแบค เกรดสามกว่า เขาเลยบอกว่า ดีมากเอแบคเป็นที่เดียว​ที่ประเทศ​ไทยที่เขารู้จักและบอกว่าดีเล​ยทีเดียว​ เขาบอกว่าเขาไม่มีอะไรต้องสัมภาษณ์​อีก ภาษาอังกฤษ​ก็ไม่ต้องมาสอบวัดแล้วเขาเชื่อว่าภาษาเราเข้าขั้นเรียนที่มหาลัย​เขาได้ ที่เล่ามาเนี่ยกำลังบอกว่า เอแบคอาจจะโดนคนไทยดูถูก​บ้าง แต่เป็นที่ยอมรับมากกว่ามหาวิทยาลัย​อื่นๆที่คนไทยคิดว่าดีกว่า ปล.ชาวต่างชาติ​เขามองที่สมรรถภาพ​ไม่ใช่ชื่อมหาวิทยาลัย​ ไม่เช่นนั้น​ประเทศ​เขาคงไม่พัฒนา​มาได้ขนาดนี้หรอกค่ะ คิดใหม่ก็ดีเนอะ

*

Qui

  • Guest
มาถามบอร์ดเอแบคก็จะได้คำตอบแนวๆนี้แหละค่ะ5555 ลองถามบอร์ดอื่นดูนะคะ

*

Qui

  • Guest
ไม่ได้อะไรนะคะ เราอะไปสมัครเรียนต่อปริญญาโท​ที่ประเทศ​เยอรมนี​ เขาสัมภาษณ์​มาว่าที่ไทยจบอะไรเพราะเขาไม่รู้​จักเลยยกเว้นที่หนึ่งที่เขายังอมไว้ไม่ได้บอก เราบอกว่าเรากำลังจะจบจากเอแบค เกรดสามกว่า เขาเลยบอกว่า ดีมากเอแบคเป็นที่เดียว​ที่ประเทศ​ไทยที่เขารู้จักและบอกว่าดีเล​ยทีเดียว​ เขาบอกว่าเขาไม่มีอะไรต้องสัมภาษณ์​อีก ภาษาอังกฤษ​ก็ไม่ต้องมาสอบวัดแล้วเขาเชื่อว่าภาษาเราเข้าขั้นเรียนที่มหาลัย​เขาได้ ที่เล่ามาเนี่ยกำลังบอกว่า เอแบคอาจจะโดนคนไทยดูถูก​บ้าง แต่เป็นที่ยอมรับมากกว่ามหาวิทยาลัย​อื่นๆที่คนไทยคิดว่าดีกว่า ปล.ชาวต่างชาติ​เขามองที่สมรรถภาพ​ไม่ใช่ชื่อมหาวิทยาลัย​ ไม่เช่นนั้น​ประเทศ​เขาคงไม่พัฒนา​มาได้ขนาดนี้หรอกค่ะ คิดใหม่ก็ดีเนอะ

คุณบอกชาวต่างชาติเค้ามองที่สมรรถภาพไม่ใช่ชื่ออม. แล้วไหงพอได้ยินชื่อเอแบคแล้วรีบรับโดยไม่ทดสอบไรต่อล่ะคะ ย้อนแย้งนะคะ เชื่อได้แค่ไหนกัน

*

Nemesis

  • Guest
ขอตอบ คนที่ พ่อ แม่ จบ จุฬาหน่อย
ต้องเข้าใจว่าเราเป็นเอกชน เลยต้องการเงิน เราจึงต้อง รับแบบ ไม่ค่อยกรอง เพื่อ เอาเงิน จากนั้น เราจึง ออก แบบ หลักสูตรแบบ ยัดเยียด เพื่อที่ว่า จะให้ เด็กไม่เก่งเรียนไม่ไหวก็ซิ่ว ออก ไป เช่น สาย อาร์ทอิ้ง (ง่ายที่สุดของที่นี่) ต้องเรียนเลข สถิติ เศรษฐศาสตร์ ซึ่ง มันจะคัดกรอง คนที่เรียนไม่ไหวให้ออกไป ก่อนจบ เพราะ คนได้เลข ไม่ได้ ภาษาก็อยู่ไม่ได้ คนได้ภาษาไม่ได้เลข ก็อยู่ไม่ได้ คนจบเลยเก่ง พอๆ กับเด็ก ธรรมศาสตร์ (เห็นมาแล้วที่ทำงาน) คนเรียนที่ สองหมื่น เพราะเข้าง่าย คนจบ สองพันกว่า (รวม ตรี โท เอก ทุน นศ ต่างชาติ)
อีกประเด็น นายต้องเข้าใจ ว่าครึ่งนึงที่นี่เป็นเด็กทุน และ  มาตาม ค่านิยม พ่อแม่ และ ตั้งใจมาที่นี่ (เราถามเพื่อนมา 5 คนได้, ไม่มีใครแอด)
เห็นบางคนอ้าง Muic เก่ง, ขอโทษ Muic ก็รับหมดครับ เพราะ คะแนน ไม่ผ่าน เขา ให้ไป ไต่ p เอา คือ ได้เรียนแน่นอน แต่อาจ คัดกรองหนักกว่าเอแบค ตอนเรียน
เด็กเอแบค มีเป็นก็มี นักการทูต ไปหาใน วิกิ
รัฐมนตรี ก็ถม ไป. บางคนเป็นอาจารย์จุฬา ก้ออย่าลืมบอก พี่นายไปหวัดดี เด็ก เอแบค ก่อนเข้าห้องเรียนด้วยละ