Share this:

1 ปีได้ผ่านไป และเทศกาลกินเจก็ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง อาหารเจเป็นอาหารที่ปรุงโดยปราศจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนผสมใดที่ทำมาจากสัตว์ทุกประเภท นอกจากนั้นอาหารเจยังงดเว้นการปรุงด้วยผักฉุน 5 ประเภท นั่นคือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ เพราะผักเหล่านี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ อีกทั้งยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

แล้วจะกินเจอย่างไรให้ได้สารอาหารครบถ้วน วิธีการปรุงอาหารเจสำหรับคนไทยสามารถใช้เครื่องปรุงเหมือนเดิมได้ยกเว้นเครื่องปรุงที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ และในส่วนของเนื้อสัตว์ให้ใช้เห็ดต่างๆ เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ หมี่กึน โปรตีนเกษตร ใช้ซีอิ้วขาว เกลือป่น ซอสถั่วเหลืองปรุงรสแทนน้ำปลา ใช้ถั่วหมัก เต้าเจี้ยว เต้าหู้ยี้แทนกะปิ น้ำมันหมูใช้แทนด้วยน้ำมันพืช โดยเฉพาะน้ำมันถั่วเหลือง ใช้งาขาวคั่วแทนกระเทียม

คำถามที่เป็นที่สงสัยบ่อยๆคือการกินเจจะได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่หรือไม่ โดยเฉพาะหมวดหมู่โปรตีน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโปรตีนในเนื้อสัตว์ เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดีกว่าโปรตีนในพืช ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะที่จริงแล้วโปรตีนในผัก ธัญพืช ถั่ว งา ก็มีคุณค่าใกล้เคียงกัน

วิธีกินอาหารเจให้ปลอดภัย

1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยหมวดโปรตีนได้จากถั่วเมล็ดแห้ง รับประทานควบคู่ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ จะได้โปรตีนจากพืชทัดเทียมเนื้อสัตว์

2. ในแต่ละวันจะต้องรับประทานผักและผลไม้ให้ครบ 5 สีคือ สีแดง สีดำ สีเหลือง สีขาว และเขียว นอกจากนั้นต้องล้างผักให้สะอาด เพราะถ้าล้างไม่สะอาดเท่ากับว่าอาหารเจจานนั้นเป็นศูนย์รวมของสารพิษ

3. พยายามหลีกเลี่ยงการกินอาหารเจที่รสมันจัดจากอาหารประเภทผัด รสเค็มจัดจากการใส่เต้าเจี้ยว ซอส และเกลือ เนื่องจากรสเค็มอาจทำให้ภาวะความดันโลหิตสูงได้

4. รับประทานเมล็ดธัญพืช ได้แก่ ถั่ว ถั่วเปลือกแข็งทุกประเภท พืชที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก คนกินเจควรรับประทานถั่วทั้ง 5 สีเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วขาว ในถั่วมีโปรตีนคล้ายกับเนื้อสัตว์ แต่แตกต่างตรงที่ในถั่วไม่มีโคเลสเตอรอล ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจหลอดเลือด และมีใยอาหารช่วยในการขับถ่าย อาจรับประทานเนื้อเมล็ดในของพืชผัก ได้แก่ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม มันฮ่อ เป็นของขบเคี้ยว

5.ใช้สาหร่ายทะเลทั้งสดและแห้ง พร้อมทั้งใช้เกลือทะเลปรุงอาหาร ทั้ง 2 อย่างนี้มีไอโอดีน สามารถป้องกันโรคคอพอกได้เป็นอย่างดี

6. คนกินเจควรใช้งาปรุงผสมในอาหารเจด้วยเสมอ โดยสามารถใช้ได้ทั้งงาขาวและงาดำ เพราะในเมล็ดงามีกรดไขมันไลโนเลอิค (LINOLEIC ACID) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็น ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้

7. หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง เครื่องกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป ควรหันมารับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ๆ จะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า

8. เครื่องดื่ม คนกินเจควรดื่มน้ำผลไม้สดๆ ตามธรรมชาติ เช่น น้ำส้ม น้ำมะเขือเทศ น้ำสับปะรด น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำใบบัวบก น้ำมะตูม ฯลฯ ควรงดน้ำหวานที่ปรุงแต่งรส และเจือสีสังเคราะห์เพื่อหลีกเลี่ยงพิษภัยจากสิ่งปลอมปน และต้องดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8 แก้วเป็นประจำ

การกินเจไม่ได้เป็นเพียงแต่การไม่กินเนื้อสัตว์ แต่คนกินเจจะต้องดำรงตนให้อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์สะอาดงดงามทั้งกาย วาจา และ ใจ ถือศีลบำเพ็ญธรรมไปพร้อม ๆ กันด้วย

Share this: