Blog
เรียนมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องเรียนพิเศษไหม?
- 23/02/2018
- Posted by: อุษณิษา หมื่นพันธ์
- Category: Topics Featured Lifestyle ทั่วไป
ถ้าเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเริ่มสับสนว่า “เราควรเรียนเองได้แล้วไหม” หรือ “ทำไมเรียนไม่รู้เรื่องเลย” บอกเลยว่าเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่งนะ แค่จังหวะการเรียนในมหาวิทยาลัยมันเร็วขึ้น เนื้อหาลึกขึ้น และแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เท่ากัน
ก่อนตัดสินใจเสียเงินเรียนพิเศษ ลองให้ชวนคิดเป็นข้อ ๆ แบบนี้ จะได้เลือกทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
1) เราตามบทเรียนไม่ทันจริง ๆ หรือแค่ยังจับจังหวะไม่ถูก?
ถ้ารู้สึกว่าเรียนช้า ตามไม่ทันเพื่อน หรือฟังอาจารย์แล้วหลุดบ่อย ๆ “ความขยันอย่างเดียว” อาจไม่พอในช่วงใกล้สอบ การเรียนพิเศษอาจช่วยได้ เพราะมีคนสรุปให้เป็นระบบ และช่วยปิดช่องโหว่พื้นฐาน
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ลองดูตัวเลือกที่ประหยัดกว่า:
- ขอให้เพื่อนที่เข้าใจแล้วช่วยติว (ติวเป็นกลุ่มจะคุ้มมาก)
- ขอรุ่นพี่แชร์แนวข้อสอบ/วิธีอ่าน
- หาแหล่งเรียนฟรี เช่นคลิปสรุปหรือชีทสรุปที่เชื่อถือได้ (ซึ่ง ABACTODAY มีชีทสรุปให้เลือกเยอะมาก คลิกที่นี่)
ถ้าลองแล้ว “ยังไม่ทันจริง ๆ” ค่อยพิจารณาเรียนพิเศษก็ไม่สาย
2) เราไม่กล้าถามอาจารย์ หรือไม่รู้จะถามยังไง?
หลายคนไม่กล้าถามเพราะกลัวดูไม่เก่ง หรือเกรงใจคนอื่น แต่ในมหาวิทยาลัย “คนที่ถาม” มักจะรอดกว่า เพราะได้เคลียร์จุดไม่เข้าใจเร็ว
ทริคแบบรุ่นพี่:
- จดคำถามสั้น ๆ ไว้ แล้วถามหลังเลิกคลาสก็ได้
- ถามแบบเจาะจง เช่น “ตรงขั้นตอนนี้หนู/ผมไม่เข้าใจ ทำไมต้องใช้สูตรนี้ครับ/คะ?”
- ถ้าอาจารย์ยุ่งจริง ๆ ค่อยไปถาม TA เพื่อน หรือรุ่นพี่
การถามไม่ใช่เรื่องน่าอาย มันคือทักษะที่ทำให้เราเรียนดีขึ้นแบบเห็นผล
3) เราไม่เข้าใจจริง ๆ หรือเราไม่ได้ตั้งใจพอ?
ข้อนี้พูดตรง ๆ แบบหวังดี: บางทีเราไม่ได้โง่ แต่เรา “ยังไม่ลงแรง” ให้พอ เช่นไม่อ่านก่อนเข้าเรียน ไม่ทบทวนหลังเรียน หรือปล่อยให้การบ้านค้างจนตามไม่ทัน
ถ้ารู้ตัวว่าเป็นแบบนี้ การเรียนพิเศษอาจยังไม่จำเป็น เพราะสุดท้ายเราต้องกลับมาทำเองอยู่ดี
ลองเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง:
- ทบทวนหลังเรียนวันละ 20–30 นาที
- ทำสรุป 1 หน้า/บท
- ตั้งเป้าอ่านล่วงหน้าก่อนคลาส 10 นาที
ถ้าทำได้ต่อเนื่อง 2–3 สัปดาห์ แล้วคะแนน/ความเข้าใจยังไม่ดีขึ้น ค่อยพิจารณาเรียนพิเศษเป็นตัวช่วยเสริม
4) การเดินทางและเวลาที่เสียไป คุ้มไหม?
เรียนพิเศษไม่ได้มีแค่ค่าเรียน แต่มี “ต้นทุนเวลาและพลังงาน” ด้วย ถ้าต้องเดินทางไกล กลับดึก พักผ่อนไม่พอ สุดท้ายเรียนไปก็จำไม่ค่อยได้
ลองชั่งน้ำหนัก:
- เวลาเดินทางรวมไป-กลับกี่ชั่วโมง?
- ถ้าเอาเวลานั้นมาอ่านเอง/ติวกับเพื่อน จะได้ผลกว่าไหม?
- มีคอร์สออนไลน์ที่ช่วยลดเวลาเดินทางได้หรือเปล่า?
ถ้ารู้สึกว่าการเดินทางทำให้ชีวิตพังมากกว่าช่วย แนะนำให้เลือกทางที่เบากว่าแต่ทำสม่ำเสมอ
5) เรื่องเงินพร้อมแค่ไหน?
ถ้าไม่ลำบากเรื่องเงิน และไม่ได้ติดปัญหาใหญ่ในข้อก่อน ๆ การเรียนพิเศษก็เป็น “ตัวช่วย” ที่ทำให้สบายใจขึ้นได้ โดยเฉพาะวิชาที่ต้องการโครงสร้างชัด ๆ
แต่ถ้าติดเรื่องเงิน และเรียนไม่ไหวจริง ๆ ให้จัดลำดับแบบนี้:
- ใช้ทรัพยากรฟรี/เพื่อน/รุ่นพี่ให้เต็มที่ก่อน
- เก็บเงินจากค่าขนมแบบมีเป้าหมาย (ไม่ต้องกดดันตัวเองเกินไป)
- ระหว่างเก็บเงิน ตั้งใจเรียนเองให้สุด
บางคนพอเริ่มจริงจังกับการอ่านเอง สุดท้ายก็เข้าใจจนไม่ต้องเสียเงินเรียนเพิ่มเลยก็มี
สรุป
เรียนพิเศษ “ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน” และ “ไม่ใช่เรื่องน่าอาย” ถ้าต้องเรียนเพิ่มจริง ๆ มันเป็นแค่เครื่องมือหนึ่ง
คำถามสำคัญคือ: ตอนนี้เราต้องการ คนช่วยปูพื้น/สรุปให้ หรือเราต้องการ วินัยและระบบการอ่าน กันแน่
ถ้าลองเช็กทั้ง 5 ข้อแล้ว คุณคิดว่าสถานการณ์ของตัวเองอยู่ข้อไหนมากที่สุด? เดี๋ยวรุ่นพี่ช่วยแนะนำแนวทางต่อให้ได้เลย
ซื้อชีทสรุปเอแบค: https://www.abactoday.com/shop/
คลิปสรุป/คอร์สสอนพิเศษ: https://www.abactoday.com/courses
Creditรูปภาพ gotoknow